ม่อยากมีชีวิตแล้วหรือ กล้าพูดคำพูดเช่นนี้ออกมา!”ซูอี้เหรินคล้องแขนหลี่หาวเหริน กลับไปยังพื้นที่พักผ่อน นั่นคือที่ที่ลู่หยางและคนอื่นๆ อยู่ ซูอี้เหรินมีท่าทีเหมือนนกน้อยพึ่งพิงผู้คนแตกต่างจากตอนต่อสู้ราวกับเป็นคนละคน“ขอบคุณท่านซู่ที่ออกมาช่วยเหลือ” ลู่หยางประสานมือขอบคุณที่จริงเขาอยากเรียกว่าน้องสะใภ้ แต่กลัวว่าหลี่หาวเหรินจะมาเอาเรื่องภายหลัง“เป็นเรื่องเล็กน้อย” ซูอี้เหรินตอบอย่างถ่อมตัว นางเชื่อว่าด้วยฐานะของลู่หยางและคนอื่นๆ จะต้องมีแผนสำรองแน่นอน“งานประลองคัดเซียนนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจ จากไปกันเถอะ”ภายใต้สายตาอิจฉาของทุกคน ซูอี้เหรินพาทั้งห้าจากไป
“เดี๋ยวก่อน ห้าคน พลังการต่อสู้เหนือชั้น… ไม่ใช่เกาะฟางซานหรอกนะ…” ผู้บำเพ็ญรับเชิญคนหนึ่งนึกถึงบางสิ่งขึ้นมา“ท่านรู้อะไรบางอย่างหรือ?” ผู้บำเพ็ญข้างๆ ถามผู้บำเพ็ญรับเชิญไม่ได้ปิดบังอะไร เรื่องของเกาะฟางซานอีกสองสามวันก็จะแพร่ไปถึงเกาะเผิงไหล“ก่อนออกเดินทาง ข้าได้ยินคนพูดว่า มีสมบัติประหลาดปรากฏที่เกาะฟางซาน มีผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนสิบสองคนไปแย่งชิง แต่กลับถูกผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดระดับกลางห้าคนสกัดไว้”การต่อสู้ที่เกาะฟางซานส่งเสียงดังมาก โดยเฉพาะตอนที่เมิ่งจิ่งโจวหนึ่งคนเปลี่ยนเป็นเมิ่งจิ่งโจวหมื่นคนที่เต็มฟ้าคลุมแผ่นดิน ทำให้สังเกตเห็นได้ง่าย“ผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดระดับกลางห้าคนสกัดผู้บำเพ็ญขั้นแปลงร่างเซียนสิบสองคน?” คนนั้น