ต่อได้ เกาะเผิงไหลจึงส่งคนไปจับผู้บำเพ็ญอีกกว่าสิบคนมาแทน ลู่หยางและสหายเองก็อยู่ในจำนวนนั้น“ข้านึกว่าจะมีเซียนจริงๆ เสียอีก อย่างน้อยก็น่าจะมีกึ่งเซียนสักคน ที่ไหนได้ กลับเป็นเพียงกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งวิถีเซียนมาร่วมงาน” ลู่หยางหาวหวอด พวกเจ้าเกาะเผิงไหลนี่กล้าจริงๆที่ตั้งชื่องานแบบนี้พวกเขากำลังรออยู่ในห้องพักด้านข้างเวทีประลองเพื่อรอเข้าแข่งขัน เดิมพวกเขายังคิดจะสอนวิธีการต่อสู้ให้ผู้บำเพ็ญขั้นทารก
แรกกำเนิดธรรมดาเหล่านี้ แต่น่าเสียดายที่ผู้บำเพ็ญธรรมดาเหล่านี้ต่างระแวดระวัง ไม่ยอมพูดคุยกับลู่หยางและสหายลู่หยางเริ่มเข้าใจแล้วว่าสวีเจ๋อไม่ได้โกหก ผู้บำเพ็ญธรรมดาที่แสดงผลงานได้ดีในงานปราชันกึ่งเซียนจริงๆ แล้วก็มีโอกาสได้เข้าร่วมเกาะเผิงไหลดังนั้นผู้บำเพ็ญธรรมดาเหล่านี้จึงมองลู่หยางและสหาย เป็นคู่แข่ง จึงแสดงท่าทีระแวดระวังเช่นนี้ขณะที่ลู่หยางและสหาย รอจนเบื่อ และกำลังพิจารณาว่าจะต่อสู้กันเองก่อนสักยกหรือไม่ ในที่สุดก็ถึงตาพวกเขาขึ้นเวทีแล้ว“เฮ้ย พวกเจ้าทั้งห้า ถึงตาพวกเจ้าแล้ว รีบขึ้นไป”ลู่หยางและสหาย เดินผ่านทางเข้าไปยังเวทีประลอง และได้เห็นคู่ต่อสู้ฟานชงที่พวกเขาพบกันเมื่อครึ่งวันก่อน