ื่นๆ จะประลองบนเวทีประลองแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว
ชื่อเสียงของลู่หยางโด่งดังเกินไป แม้แต่ในสำนักเวิ่นเต๋าที่เต็มไปด้วยคนมีพรสวรรค์มากมาย เรื่องราวของลู่หยางก็ยังเป็นเรื่องที่ไม่เหมือนใคร
“สำนักพวกเรากำลังจะต่อสู้กับสำนักเซียนอื่นๆ แล้ว”
“จริงหรือ ใครจะต่อสู้กัน?”
“ศิษย์พี่ลู่ ศิษย์พี่เมิ่ง ศิษย์พี่หลี่ ศิษย์พี่ม่าน และศิษย์พี่เถา”
“คนเยอะจัง!”
“เร็วๆ ไปช้าจะดูไม่ทัน”
บริเวณรอบเวทีประลองแน่นขนัด สายตาทุกคู่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
จวงผิง โจวสิ่งเอ้อร์ กู้จวินเย่ และเซียนบรรพกาลที่เพิ่งรับเข้ามาใหม่ก็มาดูการต่อสู้ด้วย
“เป็นไงบ้าง ใครจะสู้กับใคร?”
“ศิษย์น้องหลานถิง เช่นนั้นข้ากับเจ้าลองประลองฝีมือกันหน่อยไหม?” เถาเหยาเยี่ยกางร่มกระดาษสีแดง ใบหน้าครึ่งหนึ่งซ่อนอยู่ในเงา อาสาท้าประลองกับหลานถิง
“ได้เลย ขอศิษย์น้องเถาเมตตาด้วย”
“เจ้าเป็นคนเผ่าม่านใช่ไหม?”
“ใช่”
“งั้นเราสองคนสิ” เหยียนเทียนจื้อพูดสั้นๆ วิชาบำเพ็ญรอยสักของสำนักเขามาจากเผ่าโบราณ ตรงนี้มีม่านกู่ซึ่งเป็นคนเผ่าม่านยุคโบราณ จะไม่ให้เกิดความรู้สึกอยากสู้ได้อย่างไร
“ดูเหมือนศิษย์น้องหลี่หาวเหรินจะไม่มีชื่อเสียงในโลกภายนอกไม่ทราบว่าฝีมือเป็นอย่างไร?” ไป๋หมิงยิ้มพูด ไม่ว่าจะเป็นม่านกู่หรือเถาเหยาเยี่ย ล้วนมีชื่อเสียงโด่งดังในโลกภายนอก มีเพียงหลี่หาวเหรินที่ดูเหมือนไม่มีตัวตน ไม่เคยออกมือ
“ลองสู้ก็รู้” หลี่หาวเหรินไม่หวั่นเกรงไป๋หมิ