เพลิงลุกไหม้อย่างฉับพลัน กู๋เสียเห็นสถานการณ์ไม่ดี หากเขาถูกเผาตายที่นี่ คงไม่ต้องพูดถึงความกตัญญูอะไรอีกแล้วอีกอย่างตอนนี้เขาเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่สามารถใช้พลังวิเศษได้การรอให้ไฟดับหรือรอคนมาช่วยคงไม่ทันแล้ว หากต้องการมีชีวิตรอด มีเพียงวิธีเดียว เขากัดฟันปรับท่าทาง กระโดดจากหลังคายุ้งข้าวโชคดีที่เขาเพียงแค่ขาหักหนึ่งวันผ่านไป กู๋เสียนอนอย่างสิ้นหวัง ไม่มีใครในบ้านดูแลเขาเลยสักคน เขาแม้แต่สิทธิ์ที่จะนอนบนเตียงก็ยังไม่มี ได้แต่นอนบนเสื่อหญ้า ห่มด้วยเสื่อหญ้า“ลูกพ่อ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง?” บิดากู๋เสียถามอย่างห่วงใยกู๋เสียคิดในใจ ข้านอนอยู่ตรงนี้แล้ว ท่านยังถามว่าดีหรือไม่ หากไม่ใช่เพราะท่านวางเพลิง ข้าจะถูกเผาตายหรือ?หากที่นี่เป็นความจริง เขาคงฆ่าบิดาตายไปหลายรอบแล้ว แต่ตอนนี้อยู่ในช่วงการทดสอบ ทดสอบความกตัญญู เขาจึงต้องกดความโกรธในใจไว้ ฝืนยิ้มพูดว่า “ท่านพ่อ ข้าไม่เป็นไร”
บิดากู๋เสียถอนหายใจโล่งอก “ข้าก็บอกแล้วว่าไม่ต้องให้หมอจ่ายยา เสียเงินเปล่า เจ้าเด็กคนนี้แข็งแรงมาแต่เกิด ไม่ต้องกินยาก็หาย”“ท่านพ่อพูดถูกแล้ว”เวลาอาหาร มารดาเลี้ยงของกู๋เสียพูดเสียงแหลมสูง “เมื่อไหร่จะหายสักที บ้านเราจะเลี้ยงคนพิการไม่ได้นะ”สามเดือนผ่านไป กู๋เสียในที่สุดก็หายดี สามารถลงพื้นทำงานได้อีกสามเดือนผ่านไป บิดากู๋เสียหาเขา บอกว่าบ้านคนอื่นมีบ่อน ้าบ้านพวกเขาไม่มี จึงอยากขุดบ่อน ้าสักบ่องานนี้ตกเป็นของกู๋เสี