“คนต่อไป”ลู่หยางมีจิตสำนึกในการเป็นผู้คุ้มกัน ร้องเรียกขึ้นหนึ่งเสียงอย่างรู้หน้าที่ผู้ที่เรียงต่อจากเซียนบรรพกาล เป็นธรรมดาที่จะเป็นเซียนห่านไห่แต่ไต้ปู้ฟานไม่รู้เรื่องนี้ เขาเพียงรู้ว่าเซียนบรรพกาลมาร่วมการทดสอบเข้าสำนักเซียนห่านไห่มีท่าทีเหมือนผู้ทรงฝีมือ เงียบขรึม เย็นชาดุจน ้าแข็งไต้ปู้ฟานใช้สองนิ้วแตะเบาๆ ที่ข้อมือเซียนห่านไห่ ไม่นานก็ได้ผลลัพธ์ “รากฐานแปรสภาพ รากฐานสายฟ้า?”“เจ้าชื่ออะไร?”“ฟางไหย”ไต้ปู้ฟานทบทวนครู่หนึ่ง ในการตรวจสอบคุณธรรมไม่มีคนชื่อนี้คงเป็นคนที่มาเพราะชื่อเสียงกระมัง“ฟางไหยใช่ไหม ข้าจำไว้แล้ว ตั้งใจทำให้ดี”
ไต้ปู้ฟานให้ความสำคัญกับเซียนห่านไห่มาก หากได้รับการบ่มเพาะจากสำนักเวิ่นเต๋าอย่างเต็มที่ในอนาคต อย่างน้อยก็จะบรรลุขั้นรวมร่างระดับสูงสุด สามารถเป็นเสาหลักของสำนักเวิ่นเต๋าฟางไหยในฐานะคนธรรมดา ยังไม่รู้ว่าการได้รับความเอาใจใส่จากไต้ปู้ฟานเป็นเรื่องที่น่ายินดีเพียงใด เขาไม่มีท่าทีขอบคุณต่อไมตรีจิตของไต้ปู้ฟาน ลุกขึ้นเดินไปยังรอบที่สอง หลังจากเข้าร่วมสำนักเวิ่นเต๋า ฟางไหยจึงรู้ว่าตนพลาดโอกาสอันยิ่งใหญ่เพียงใดเซียนอมตะมองลู่หยางด้วยความประหลาดใจ ไม่เข้าใจว่าเหตุใดเขาจู่ๆ ก็มีบทบรรยายในใจขึ้นมา“คนต่อไป” คราวนี้ตาเมิ่งจิ่งโจวตะโกนดังลั่นไต้ปู้ฟานหางตากระตุก เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนจักรพรรดิที่นั่งบนบัลลังก์ สองข้างมีขันทีน้อยสองคนเสียงแหลมเรียกว่าองค์รัชทายาทเ