ด้หรือไม่!”“แน่นอน คำนึงถึงว่าจิตใจของพวกเจ้ายังไม่แก่กล้า การเอาชนะมารในใจย่อมยากลำบาก ดังนั้นในรอบที่สอง พวกเจ้าสามารถเลือกเอาชนะมารในใจด้วยตัวเอง หรือเลือกรวมกลุ่มเอาชนะมารในใจก็ได้”“เพราะในเส้นทางบำเพ็ญเซียน ก็ขาดไม่ได้ซึ่งสหายที่คอยเคียงข้างและช่วยเหลือ”“พวกท่านล้วนเก่งกาจจริงๆ รากฐานน ้า แถมยังมีร่างเซียนอมตะในตำนาน” เซียนบรรพกาลกล่าวยิ้มๆ รู้สึกอิจฉากู้จวินเย่และกู๋เสียมาก “ข้าได้ยินว่าเซียนหมื่นวิชาก็มีร่างเซียนอมตะ”“ในอนาคตเจ้าอาจจะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งเช่นเดียวกับเซียนหมื่นวิชาก็ได้”กู๋เสียไม่สนใจคำยกย่องของเซียนบรรพกาลกู้จวินเย่ตบไหล่กู๋เสีย ใช้น ้าเสียงเหมือนสั่งสอนลูกหลานพูดว่า“ร่างกายพิเศษนั้นสำคัญ แต่ที่สำคัญกว่าคือมีจิตแน่วแน่ในการบำเพ็ญเซียน!”กู๋เสียแค่นเสียงเย็น หลบมือของกู้จวินเย่อย่างแนบเนียน
“เป็นอย่างนี้แล้วกัน คนเราพบกันที่ประตูสำนักก็ถือเป็นวาสนาพวกเราสี่คนรวมกลุ่มเอาชนะมารในใจดีหรือไม่?”กู๋เสียหัวเราะเย็นชาในใจ ก็ดี ข้าจะเข้าร่วมกลุ่มของพวกเจ้า ถือโอกาสนี้ทำให้พวกเจ้าทั้งสามถูกคัดออกหมด เหลือเพียงข้าคนเดียวที่ผ่านด่าน“ดี”ชั่วขณะนั้น ไอหมอกแผ่ปกคลุมป่าไผ่ ห่างกันเพียงหนึ่งจั้งก็มองไม่เห็นคนวิญญาณแม่น ้ายืนอยู่บนผิวน ้า บนผิวน ้ามีฟองอากาศผุดขึ้นมากมาย ฟองอากาศลอยในอากาศ ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งใหญ่เท่าคนหนึ่งคนฟองอากาศขนาดใหญ่เหล่านี้ห่อหุ้มทุกคนไว้ ผู้ท