วันที่สองเดือนสอง วันเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่เรือเหาะขนาดใหญ่ลอยลงช้าๆ ใกล้สำนักเวิ่นเต๋า อัจฉริยะน้อยนับไม่ถ้วนกระโดดออกมาอย่างกระตือรือร้น เขม้นมองยอดเขาที่ทอดยาวเป็นแนวอยู่ไกลๆ“นั่นคือประตูสำนักเวิ่นเต๋าในตำนานแล้ว!”“ไม่รู้ว่าครั้งนี้จะมีกี่คนที่ผ่านการทดสอบ”“ได้ยินว่ารอบที่แล้วมีไม่ถึงหนึ่งในร้อยที่เข้าสำนักเวิ่นเต๋าได้”“น้อยจัง ได้ยินว่าสำนักเจี้ยนอวี่และสำนักธาตุทั้งห้าไม่ได้มีอัตราผ่านต ่าขนาดนั้น”“ไม่เพียงเท่านั้น ข้ายังได้ยินว่าคนที่ถูกคัดออกหรือไม่ก็เข้าสำนักชั้นเลิศ หรือไม่ก็เข้าสำนักอันดับหนึ่ง มีเพียงสองสามคนที่เข้าสำนักอันดับสอง”“เจ้าเข้าใจแล้วใช่ไหม แม้แต่คนที่ตกรอบที่แล้ว สำหรับสำนักชั้นยอดอื่นๆ ก็ถือเป็นเมล็ดพันธุ์ดี”“คุณชาย อย่าลืมคำกำชับของหัวหน้าตระกูล เรื่องเข้าร่วมสำนักเวิ่นเต๋าไม่อาจฝืนได้”
อัจฉริยะน้อยส่วนใหญ่มีผู้อาวุโสในตระกูลมาด้วย การเข้าร่วมสำนักเวิ่นเต๋าได้หรือไม่จะกำหนดทิศทางชีวิตในอนาคตของพวกเขาหากไม่มีผู้อาวุโสในตระกูลมาด้วย มักจะเกิดความไม่มั่นใจก่อนที่การทดสอบจะเริ่ม พ่ายแพ้โดยไม่ทันได้ต่อสู้แน่นอน ยังมีเด็กหนุ่มที่มาคนเดียว เช่น ลู่หยางที่รอบที่แล้วมาลองดวงทั้งที่ไม่รู้ด้วยซ ้าว่ารากฐานคืออะไร หรือเมิ่งจิ่งโจวที่หนีออกจากบ้านหนุ่มน้อยหน้าตาหล่อเหลา สีหน้าเย็นชาก้าวลงจากเรือเหาะ แต่ละก้าวยาวเท่ากัน ลมหายใจยาวนาน เห็นได้ชัดว่ามีวิชายุทธ์ติดตัวหนุ่มน้อ