เวิ่นเต๋ามากมายกู๋จวินเย่กับอีกสองคนปะปนอยู่ในฝูงชน ไม่มีใครสังเกตเห็นในเวลาเดียวกัน รถม้าคันหนึ่งค่อยๆ แล่นผ่านทั้งสามคนไปบนรถม้า ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวพูดคุยกัน“ทำไมไม่มีใครมานั่งบนรถม้าของพวกเราบ้างนะ?”ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวนึกถึงวันนี้เมื่อสามปีก่อน ศิษย์พี่ใหญ่ขึ้นรถม้า บอกว่านางก็มาร่วมการทดสอบเข้าสำนัก เมิ่งจิ่งโจวไม่รู้เป็นรู้ตายบอกว่าเขารู้ข้อสอบ พอถึงประตูสำนัก ศิษย์พี่ใหญ่ลงจากรถ บินขึ้นไปบนฟ้า บอกว่านางเป็นกรรมการหลักในการทดสอบครั้งนี้ช่างเท่จริงๆพวกเขาก็อยากสุ่มหาคนขึ้นรถม้า แล้วบอกว่าพวกเขาก็มาร่วมการทดสอบเช่นกัน เลียนแบบประสบการณ์ของศิษย์พี่ใหญ่น่าเสียดายที่หาโอกาสไม่ได้เสียที“ให้ม้าแก่เดินวนอีกรอบดีไหม?” เมิ่งจิ่งโจวเสนอ พวกเขาให้ม้าแก่เดินวนรอบๆ สำนักเวิ่นเต๋าไปหลายรอบแล้ว
ลู่หยางส่ายหน้า “ช่างเถอะ ลงรถกันเถิด เวลาใกล้มาถึงแล้ว อย่าลืมว่าพวกเราต้องจัดการทดสอบด้วย”ผู้บริหารระดับสูงของสำนักเวิ่นเต๋า เพื่อฝึกฝนศิษย์ จึงให้ศิษย์ของสำนักเวิ่นเต๋าเป็นผู้จัดการทดสอบเข้าสำนักสองครั้งล่าสุด ครั้งก่อนผู้รับผิดชอบหลักคือศิษย์พี่ใหญ่ ครั้งนี้ผู้รับผิดชอบหลักคือไต้ปู้ฟานไต้ปู้ฟานคิดว่าตนเองคุมสถานการณ์ได้ คงไม่มีอะไรผิดพลาดจึงให้ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวเป็นหนึ่งในผู้จัดการทดสอบอีกด้านหนึ่ง เซียนบรรพกาลกำลังสร้างมิตรภาพกับผู้คนรอบข้าง“สหายผู้บำเพ็ญ ท่านก็มาร่วมการทดสอบใช่หรือไม่ ข