หตุนี้ ศิษย์พี่ใหญ่จึงรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนชอบก่อเรื่อง และยินดีที่จะบอกเรื่องท่านเซียนห่านไห่กับเขาเซียนอมตะมองลู่หยางด้วยความประหลาดใจ จะไม่ใช่เพราะเรื่องยุ่งยากที่เจ้าก่อขึ้นล้วนเกินความสามารถของเซียนห่านไห่ไปเสียแล้ว บอกหรือไม่บอกเจ้าเรื่องตัวตนของเซียนห่านไห่ก็ไม่มีความแตกต่างกัน อวี้จือน้อยจึงบอกเจ้าหรอกหรือ?“ต่อมาอาจารย์ผู้เฒ่าเห็นว่าพรสวรรค์ในการบำเพ็ญของข้าไม่ธรรมดา หวังให้ท่านเซียนห่านไห่ชี้แนะข้าในด้านการบำเพ็ญ จึงทำลายข้อห้ามเดิม แนะนำข้าให้ท่านเซียนห่านไห่รู้จัก”“แล้วเป็นอย่างไรต่อ?”
“จากนั้นข้าก็ชี้แนะท่านเซียนห่านไห่ในด้านการบำเพ็ญ ท่านบรรลุความเข้าใจบางอย่าง จึงเข้าภวังค์จวบจนปัจจุบัน”ลู่หยาง: “……”เมิ่งจิ่งโจว: “……”ท่านเซียนห่านไห่เขาเข้าภวังค์เพราะมีความเข้าใจบางอย่างจริงๆ หรือ?“จริงสิ ศิษย์พี่ใหญ่ เทพกุยหยวนเทียนจวินยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?”ศิษย์พี่ใหญ่ส่ายหน้าเบาๆ “เทพกุยหยวนเทียนจวินหายสาบสูญไปนานแล้ว”“หากเทพกุยหยวนเทียนจวินยังอยู่ สำนักเวิ่นเต๋าของพวกเราก็คงไม่มีคำว่าตกต ่าและฟื้นฟูแล้ว”เทพกุยหยวนเทียนจวินเป็นบุคคลในยุคเดียวกันกับบรรพบุรุษตระกูลเซี่ยและบรรพบุรุษตระกูลเมิ่ง ก่อตั้งแนวคิดห้าสำนักเซียนใหญ่ พลังของเขาไม่ต้องสงสัย หากเขายังคงอยู่ในสำนักเวิ่นเต๋าสำนักเวิ่นเต๋าย่อมไม่มีทางตกต ่า และย่อมไม่มีคำว่า “ฟื้นฟู”ลู่หยางคิดตาม รู้สึกว่ามีเหตุผล“เทพกุยหยวนเทียนจวิ