เมื่อเซียนบรรพกาลสลายพลังเริ่มบำเพ็ญใหม่ หนีออกสู่โลกภายนอก ครั้งแรกที่ได้พบกับแนวคิด “ห้าสำนักเซียนใหญ่” และรู้ว่าหนึ่งในห้าสำนักเซียนใหญ่คือสำนักที่ตนก่อตั้ง เขาอึ้งไปพักใหญ่ ถึงขั้นสงสัยว่าอาจเป็นเพียงชื่อพ้องกันหลังจากยืนยันสถานที่ตั้งแล้ว เขาจึงมั่นใจว่าไม่ได้เป็นเพียงชื่อพ้องกัน แต่เป็นสำนักที่เขาก่อตั้งจริงๆชาวโลกต่างลือกันว่า ห้าสำนักเซียนใหญ่มีผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ หรือไม่ก็มีวิธีการที่เทียบเท่ากับผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติ แค่คำพูดนี้ก็ทำให้เขาประหลาดใจมากแล้วเพราะนั่นคือขั้นข้ามพิบัติผู้สูงส่งนั่นเองแต่ตอนนี้มาถึงยอดเขาคุมขัง เห็นบุคคลสำคัญที่ถูกคุมขังอยู่ทีละคน แม้แต่ขั้นข้ามพิบัติก็ยังพอรับได้ แต่กึ่งเซียนถึงสองคน!นี่คือกึ่งเซียนในตำนาน ผู้ที่ในยุคของเขายังไม่มีปรากฏให้เห็นสำนักเวิ่นเต๋านี้ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่เหมือนสำนักที่มีเพียงผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติเลย!
“ฮ่าๆ ฉีทงเทียน เจ้าสร้างสำนักที่ดีได้จริงๆ” เสียงหัวเราะเย็นชาดังขึ้น เซียนบรรพกาลรู้สึกคุ้นหูอยู่บ้าง ราวกับเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเขาตามเสียงมองไป พบคนชราร่างแห้งกรังคนหนึ่งที่มุมหนึ่งหลังค่อม ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่น“จอมเทพเพลิงกรรมหรือ?!” เซียนบรรพกาลจำคนชราแห้งกรังผู้นี้ได้นี่เป็นผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างที่อยู่ในยุคเดียวกับเขา ทำความชั่วมากมาย แต่ทนทานต่อเพลิงบัวแดงแห่งกรรมถึงสามวัน สุดท้ายก็ควบคุมเพลิงบัวแดงแห่งกร