ส ำนักอันดับหนึ่ง
เซียนบรรพกำลลังเลชี้ไปทำงด้ำนหลังของผู้อำวุโสที่แปด เตือนด้วยควำมหวังดี“ข้ำจะไม่พูดถึงควำมคิดของข้ำก่อน แต่ดูเหมือนลูกหลำนรุ่นหลังที่ชื่ออวี้จือผู้นี้จะไม่ค่อยเห็นด้วยกับควำมคิดของท่ำนนัก”ผู้อำวุโสที่แปดหันหลังไป เห็นอวี้จือที่ใบหน้ำเย็นชำดุจน ้ำแข็งอวี้จือพูดเสียงเย็น “ผู้อำวุโสที่แปด กำรอยำกก้ำวหน้ำเป็นเรื่องดีข้ำจะรำยงำนควำมคิดของท่ำนต่ออำจำรย์ผู้เฒ่ำตำมควำมเป็นจริง”ผู้อำวุโสที่แปดได้ยินแล้วเหงื่อเย็นผุดพรำยทั่วตัว หำกอำจำรย์รู้เข้ำ ต้องส่งเขำไปขังที่ยอดเขำคุมขังแน่ ไม่ว่ำอย่ำงไรที่ยอดเขำคุมขังก็คงไม่ขำดเขำคนเดียวอยู่แล้ว“อย่ำๆๆ พวกเรำค่อยๆ พูดกันดีๆ” ผู้อำวุโสที่แปดรีบเปลี่ยนไปยิ้มประจบประแจง“นั่งลง”ผู้อำวุโสที่แปดรีบนั่งลงบนที่นั่ง ยืดอกตั้งศีรษะ ท่ำทำงเรียบร้อย
เซียนบรรพกำลเบี่ยงตัวเล็กน้อย กระซิบถำมลู่หยำงที่นั่งข้ำงๆ“ข้ำอยำกถำมมำนำนแล้ว ลูกหลำนรุ่นหลังที่ชื่ออวี้จือผู้นี้เป็นเจ้ำส ำนักปัจจุบันหรือไม่?”ลู่หยำงส่ำยหน้ำ “ไม่ใช่ แต่สิ่งที่นำงพูด เจ้ำส ำนักมักจะฟังเสมอ”“เจ้ำส ำนักเชื่อฟังขนำดนั้นเลยหรือ?”“ท่ำนบรรพบุรุษรู้หรือไม่ว่ำปัจจุบันแคว้นต้ำเซี่ยมีห้ำส ำนักเซียนใหญ่?”“เคยได้ยินตอนฟังคนเล่ำนิทำน” เขำรู้ว่ำส ำนักของตนกลำยเป็นส ำนักชั้นน ำในปัจจุบันจำกกำรฟังคนเล่ำนิทำนจำกริมถนน“ประมุขทั้งห้ำส ำนักเซียนรวมกันยังสู้ศิษย์พี่ใหญ่ไม่ได้แม้แต่มือเดียว”เซียนบรรพกำล