เมื่อไต้ปู้ฟานฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง เขาเห็นลู่หยาง เมิ่งจิ่งโจว และเซียนบรรพกาลกำลังนั่งยองๆ โน้มศีรษะชนกันมองดูเขาอยู่ ทำให้มั่นใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่ใช่ความฝัน“ศิษย์พี่ไต้ ท่านฟื้นเสียที”“อย่าเรียกข้าว่าศิษย์พี่เลย ข้าไม่กล้ามีเจ้าเป็นศิษย์น้องหรอก”ไต้ปู้ฟานลุกขึ้น มองลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวสองเจ้าเด็กแสบอย่างเหม่อลอยข้าบอกให้พวกเจ้าออกไปคัดเลือกศิษย์สักสองสามคน แต่พวกเจ้ากลับเอาดีพาบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งสำนักกลับมาด้วยไต้ปู้ฟานได้ชื่อว่าเป็นคนใจเย็นมีสติ ไม่อย่างนั้นคงดูแลตำหนักรับภารกิจและจัดการข้อมูลมากมายขนาดนี้ไม่ได้แต่เขารู้สึกว่าตั้งแต่รู้จักลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจว อารมณ์ความรู้สึกของเขาแกว่งไกวมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตอนนี้ศีรษะเขายังคงมึนงงไม่หาย“มานี่ศิษย์พี่ไต้ ข้าจะช่วยประคองท่าน” ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวเข้ามาช่วยพยุงไต้ปู้ฟานทั้งซ้ายและขวา พาเขากลับไปนั่งบนเก้าอี้
“ท่านเป็นบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งในตำนานจริงหรือ เซียนบรรพกาลที่หลงทางผู้นั้น?” ไต้ปู้ฟานยังคงไม่กล้าเชื่อแม้ลู่หยางทั้งสองไม่เคยโกหกเขา แต่เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษผู้ก่อตั้ง จึงไม่กล้าผิดพลาดเซียนบรรพกาลสลายพลังเริ่มบำเพ็ญใหม่ รูปร่างหน้าตาเปลี่ยนไปมาก ไม่ตรงกับรูปปั้นบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งที่สำนักเวิ่นเต๋าเก็บรักษาไว้เซียนบรรพกาลโบกมือปฏิเสธอย่างกระดากอาย “การเรียกข้าว่าในตำนานนั้นเกินไป ฉายาเซียนของข้า