เมื่อม้าแก่พาสองคนมาถึงจุดหมายที่สาม นั่นคือเมืองเอี๋ยนซานแห่งมณฑลเฉวียนโจว ซึ่งได้ชื่อนี้เพราะตั้งอยู่ติดกับเทือกเขาเอี๋ยนซาน“คนที่สามชื่อเถาถิงเฟิง อายุสิบห้าปี เป็นคนเมืองเอี๋ยนซานแห่งมณฑลเฉวียนโจว อืม… เป็นคนที่หม่านกู่พบตอนลงจากเขาเอี๋ยนซานหลังไปสังหารปีศาจ เขาผ่านเมืองเอี๋ยนซานแล้วได้พบเด็กคนนี้”ม้าแก่เล่า“ศิษย์น้องหม่านประเมินเขาอย่างไรบ้าง?” ลู่หยางถามอย่างสนใจเมิ่งจิ่งโจวมองคู่มือเล่มเล็กแล้วแสดงสีหน้าประหลาด “เขาบอกว่าเถาถิงเฟิงขี้ขลาด ไม่กล้าก่อเรื่อง นิสัยใจคอแย่กว่าพี่ลู่กับพี่เมิ่งมาก”“…ศิษย์น้องหม่านกำลังชมเราสองคนหรือนี่?” ลู่หยางถามเมิ่งจิ่งโจวไม่กล้าตัดสินใจ “ถ้าดูจากบริบททั้งหมด น่าจะกำลังชมเราสองคนอยู่”
เถาถิงเฟิงเกิดในตระกูลผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิด เป็นตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในท้องถิ่น ลู่หยางกับเมิ่งจิ่งโจวจึงหาตระกูลเถาได้อย่างง่ายดายตระกูลเถาเชิญอาจารย์มาสอนหนังสือถึงที่ ทำให้ลูกหลานไม่จำเป็นต้องไปเรียนที่โรงเรียนกลางเมืองและต่างจากโรงเรียนทั่วไป ตระกูลเถาไม่เพียงให้ลูกหลานเรียนรู้คำสอนของบัณฑิต แต่ยังถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการบำเพ็ญด้วยเมื่อลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวแอบย่องเข้าตระกูลเถา เถาถิงเฟิงกำลังฟังบรรยายจากอาจารย์ลุงพร้อมกับเด็กคนอื่นๆ ในตระกูลเด็กๆ ในตระกูลเถาต่างเคารพนับถืออาจารย์ลุงผู้นี้เป็นต้นแบบอาจารย์ลุงท่านนี้มีพรสวรรค์ด้านการบำเพ็ญอย่า