ยงสื่อจิตเตือนว่า“นายท่าน ลู่หยางถือกระบี่ประจำตัวของฮ่องเต้อวี๋ บางทีอาจเป็นของที่ฮ่องเต้ได้มอบให้ก็ได้ ไม่ควรทำอะไรหุนหันพลันแล่น”ชายผู้นี้อาจเป็นศิษย์โดยตรงของฮ่องเต้อวี๋ก็ได้ ไม่เช่นนั้นจะได้รับกระบี่ประจำตัวของฮ่องเต้อวี๋ได้อย่างไร?หากพิจารณาจากพฤติกรรมของลู่หยาง ที่ว่ากันว่าเขาสามารถต่อสู้กับรองประมุขลัทธิสวรรค์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี และทราบกันดีว่าอาจารย์ของรองประมุขผู้นั้นคือเทพถั่ว ประมุขแห่งสวรรค์ ซึ่งเป็นเซียนยุคโบราณตัวจริงการที่ศิษย์ของเซียนยุคโบราณกับศิษย์ของฮ่องเต้อวี๋ต่อสู้กันอย่างสมศักดิ์ศรีนั้น เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง
ชายหนุ่มไม่ได้โกรธเคืองต่อคำเตือนของผู้ติดตาม ตรงกันข้ามกลับหัวเราะลั่น ด้วยน ้าเสียงที่แฝงนัยลึกซึ้ง “หากข้าไม่รู้เรื่องภายในคำพูดของเจ้าก็มีเหตุผลอยู่ น่าเสียดายที่ข้อสันนิษฐานของเจ้าเป็นไปไม่ได้เลย ฮ่องเต้อวี๋ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว”ผู้ติดตามตกใจมาก ฮ่องเต้อวี๋ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว? หมายความว่าอะไร? ฮ่องเต้อวี๋เป็นเซียนนะ จะเป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่อยู่?“เจ้าคิดว่าเพราะเหตุใดฮ่องเต้อวี๋จึงปล่อยให้ราชวงศ์ล่มสลายเช่นนี้?” ชายหนุ่มถามกลับ แต่ดูเหมือนจะพูดกับตัวเองมากกว่า“เขากำลังแสวงหาโอกาส โอกาสที่จะออกจากโลกใบนี้”ชายหนุ่มแสดงสีหน้าครุ่นคิด “โลกใบนี้ถูกปิดผนึกมาตั้งแต่ยุคโบราณ ไม่มีใครออกไปได้ และไม่มีใครเข้ามาได้ ฮ่องเต้อวี๋ตั้งตัวขึ้นมาจากราชวงศ์