บทที่ 252 หลู่ฉางเซิน: ข้าจัดการไปแล้ว
การต่อสู้ระหว่างเขตแดน
เป็นสงครามระหว่างสองเขตแดน
สงครามขนาดนี้ จะใช้ทรัพยากรและกำลังคนเป็นจำนวน
มหาศาล
อาจกล่าวได้ว่ าสงครามระหว่างเขตแดนจะไม่เกิดขึ้นง่ายๆ
เมื่อถูกกระตุ้นขึ้นมา มันจะเป็นสงครามแห่งชีวิตและความตาย
หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้มเหลว ทรัพยากรและกำลังคนที่สูญเสียไป
จะมหาศาล
มันเหมือนกับตอนเขตแดนทุรกันดาร(หมานฮวง) ในการต่อสู้
ครั้งสุดท้าย
แม้ว่าจะหลีกเลี่ยงการทำลายแผ่นดินใหญ่ได้โดยตรง
แต่มันทำให้อารยธรรมของการบ่มเพาะเต๋า ย้อนกลับไปหลาย
หมื่นปี!
จนถึงตอนนี้ มหาจักรพรรดิผู้ทรงพลัง ก็ยังไม่มีกำเนิดขึ้นมา
เลย!
และตอนนี้.
หลายกองกำลัง
มารวมตัวกันที่เมืองหลวงของจักรวรรดิหยุนหวง เมืองหยุนหวง
ณ ใจกลางเมืองหยุนหวง
มีเมืองที่สูง
แวดล้อมด้วยเมืองเล็ก บนทำเลใจกลางเมือง
มีปราสาทสูงตระหง่านงดงามโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน!
มันลอยอยู่กลางอากาศ!
นี่คือหนึ่งในสมบัติของจักรวรรดิหยุนหวง
เมืองแขวนลอยฟ้า
เป็นสมบัติป้องกันที่อยู่จุดสูงสุดของระดับสมบัติสวรรค์!
ที่สำคัญ ได้รับพลังจากค่ายกลอีกด้วย
อาจกล่าวได้ว่า ความสามารถในการป้องกันของมันนั้น
ใกล้เคียงกับระดับก่อเกิดจิตวิญญาณ
เมืองที่แขวนอยู่นี้ ปัจจุบันเป็นพระราชวังของจักรพรรดินีหงหยิง
และสถานที่ประชุม
ตั้งอยู่ในห้องโถงด้านข้างของเมืองหวงหยุน
ด้านในนั้น.
มีกองกำลังมากมายมารวมตัวกันที่นี่!
ในหมู่พวกเขา มีเจ้าสำนักหยานรวมอยู่ด้วย
ผู้นำนิกายหยินเจี้ยนซ่ง , หลินหลูเฟิ่ง
ผู้นำนิกายโอสถ, เกิงชุน
ผู้นำนิกายเทียนเจิ้น , หยุนซงเหอ
ผู้นำตระกูลมู่ มู่เหอเจ๋อ
เพียงแค่หกคนนี้รวมตัวกัน ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผู้คนทั้งหมด
หวาดกลัว
ท้ายที่สุดแล้ว นี่คือยักษ์ใหญ่ทั้งหกแห่งจงหยู่!
เดิมมีตระกูลมู่หลงด้วย
แต่ในปัจจุบัน ตระกูลมู่หรงได้หายไปแล้ว
หลังจากเสียหัวหน้าตระกูลไป ทรัพยากรของตระกูลก็เหมือน
กลายเป็นเนื้อชิ้นโต ที่ทำให้ทุกคนแย่งกัน
อาจกล่าวได้ว่า ตระกูลมู่หลงเหลืออยู่ในนามเท่านั้น
หงหยิงสวมเสื้อคลุมสีแดงล้อมรอบด้วยเกราะสีทอง
ดูเป็นผู้กล้าวีรสตรีผู้ยิ่งใหญ่!
บนใบหน้าที่สวยงาม ระหว่างคิ้ว มีรอยเปลวไฟสีแดง
มันทำให้ผู้คนรู้สึกถึงตวามมีเสน่ห์
และเบื้องหลังหงหยิง มีเย่ชิวไป่และหนิงเฉินซินยืนอยู่!
พวกเขาเป็นตัวแทนของนิกายดาบชิงหยุน และสำนักจื่อไจ ที่มา
ที่นี่
ภายในห้องโถง บรรยากาศตึงเครียด
ใบหน้าของทุกคนเคร่งขรึมหรือหวาดกลัว และในขณะเดียวกัน
บางคนก็มีใบหน้าที่เรียบเฉย
เจ้าสำนักหยานกล่าวอย่างเคร่งขรึม: “ข่าวได้รับการยืนยันแล้ว
ข้าเกรงว่าในสามวัน กองทัพนอกเขตแดนจะมาถึงเส้นทางสวรรค์”
“แล้วแผนคืออะไร?”
เมื่อจบประโยคนี้
ทุกคนมองไปที่หงหยิง
ท้ายที่สุดแล้ว หงหยิงคือจักรพรรดินีหยุนหวง
และจักรพรรดินีหยุนหวง ได้เคยต่อสู้กับผู้คนจากเขตแดนอื่น
แล้ว
นางต้องมีความเข้าใจเป็นอย่างดี
เมื่อเห็นเช่นนี้ หงหยิงก็กล่าวเบา ๆ : “รอ”
คำเดียวเท่านั้น
แต่ก็ยังทำให้ทุกคนไม่เข้าใจ
รอ?
เจ้ากำลังรออะไรอยู่?
มีความเป็นไปได้ไหม ที่จะจัดการกับผู้คนจากนอกเขตแดน?
เย่ชิวไป่และหนิงเฉินซินยิ้มให้กัน มีเพียงพวกเขาเท่านั้น ที่รู้
ความหมายของคำว่า “รอ” ที่หงหยิงกล่าว!
หลังจากหมดธูปหนึ่งดอกแล้ว
ฉินเทียนหนานเดินเข้ามาในห้องโถงด้านข้าง
ทุกคนต่างหันมามอง
รอ?
กำลังรอ ฉินเทียนหนานเจ้าสำนักชางเต๋าแดนใต้งั้นเหรอ?
ประเด็นคืออะไร?
แม้ว่าเขาจะเป็นเจ้าสำนัก แต่ความแข็งแกร่งของเขาก็ด้อยกว่า
ผู้คนในห้องโถงด้านข้างในวันนี้
ความแข็งแกร่งย่อมไม่พอ…
แต่เบื้องหลังฉินเทียนหนาน ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามาช้าๆ
ท่าทางดูหงุดหงิด
เมื่อหงหยิงทั้งสามเห็นชายผู้นั้น พวกเขาอดไม่ได้ที่จะยิ้ม
เจ้าสำนักหยานและหลินหลูเฟิ่งเข้าใจความหมายของหงหยิงที่
กล่าวว่า “รอ”
ถ้าเป็นคนผู้นี้ เขาคู่ควรกับคำว่า “รอ” จริงๆ
ใช่แล้ว
ผู้ที่มาคือหลู่ฉางเซิน
นี่เป็นครั้งแรก ที่หลู่ฉางเซินปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชน
สิ่งนี้นำไปสู่ความจริงที่ว่า นอกเหนือจากเจ้าสำนักหยานและไม่กี่
คนแล้ว คนอื่นๆ ก็ไม่รู้จักหลู่ฉางเซิน
“คนที่อยู่เบื้องหลังฉินเทียนหนานคือใคร?”
“ศิษย์ของฉินเทียนหนาน?”
“ฮ่งหยวนคือศิษย์สายตรงของฉินเทียนหนานไม่ใช่หรือ? เป็นไป
ได้ไหมว่า เขารับมาอีกคนหนึ่ง”
แต่เรื่องนี้ก็จบลงแค่ “ศิษย์” ที่พวกเขาไม่รู้จัก
และไม่ได้รับความสนใจมากนักเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม พวกหงหยินทั้งสามคนโค้งคำนับพร้อมกัน
“ท่านอาจารย์”
ว่าไงนะ!?
ทุกคนต่างตกใจ
ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าพวกเขา
เป็นเจ้าของศาลาเฉาถังงั้นหรือ?
ผู้ฝึกฝนศิษย์อัจฉริยะสัตว์ประหลาดเหล่านี้ อย่างนั้นหรือ? และ
เขายังเป็นอาจารย์ของจักรพรรดินีหยุนหวงด้วย?
ในขณะนี้ สายตาดูแคลนบนใบหน้าของทุกคน ก็หายไปทันที
ศาลาเฉาถัง กองกำลังที่มีชื่อเสียงนี้
แม้ว่าจะมีเพียงไม่กี่คน
แต่ทุกคนต่างก็สร้างชื่อให้กับตัวเอง
ทุกคนมีพลังที่จะต่อกร หรือแม้แต่บดขยี้ขอบเขตเสมือนเทพ!
คนที่สามารถฝึกฝนศิษย์เช่นนี้ได้ จะเป็นคนธรรมดาได้งั้นหรือ?
แม้แต่เจ้าสำนักหยานและหลินหลูเฟิ่งก็คำนับหลู่ฉางเซิน
แสดงออกด้วยความเคารพ!
ท้ายที่สุด พวกเขาคือคนที่รู้ถึงความแข็งแกร่งของหลู่ฉางเซิน
แม้ว่าสิ่งที่พวกเขารู้ จะเป็นเพียงยอดของภูเขาน ้าแข็งเท่านั้น…
ทุกคนเห็นว่าหลินหลูเฟิ่งเดินผ่านหงหยินโดยตรง และถามด้วย
ความเคารพ: “ผู้อาวุโส ท่านควรรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วใช่ไหม?”
หลู่ฉางเซินพยักหน้าเล็กน้อย
“แล้วข้าไม่รู้ว่าผู้อาวุโสวางแผนเช่นไร?”
หลู่ฉางเซินไม่ต้องการโดดเด่น เขาแค่ต้องการช่วย
แต่อีกฝ่ายกลับยกเขาไว้สูง
แม้แต่ฮงหยินก็มองเขาอย่างมีความหวัง
เห็นได้ชัดว่า พวกเขาต้องการให้หลู่ฉางเซินให้คำแนะนำด้วย
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลู่ฉางเซินก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกล่าวว่า:
“อย่ากังวลมากเกินไป เตรียมพร้อมกองกำลังของพวกเจ้าก่อน”
หลังจากเขากล่าวจบ มีเสียงแทรกขี้นมา
“แต่คาดว่า เรามีเวลาเพียงสามวันเท่านั้น ก่อนที่กองทัพทั้งหมด
จะมาถึงถนนสวรรค์”
“เราจะเตรียมพร้อมทันได้ยังไง เจ้ามีวิธีจัดการหรือยัง?”
ผู้กล่าวยังเป็นกองกำลังชั้นหนึ่งในภูมิภาคแดนเหนือ
ใบหน้าของอีกฝ่ายเต็มไปด้วยสีหน้าเย้ยหยัน
หงหยินหันมามองด้วยความไม่พอใจ
เห็นได้ชัดว่าน ้าเสียงของอีกฝ่าย ทำให้หงหยิงไม่พอใจอย่างมาก
ชายคนนั้นยังรู้ถึงการดูหมิ่นในน ้าเสียงของเขา และรีบกล่าวขอ
โทษ: “ข้าขอโทษ ข้าแค่ร้อนใจไปหน่อย”
หลู่ฉางเซินไม่สนใจ อีกฝ่ายไม่ได้กล่าวอะไรที่ผิดปกติ
เขาโบกมือ แล้วกล่าวว่า “ถ้าเจ้ากังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจ้าจะอยู่
ในความสับสนอลหม่าน เพราะนี่เป็นเรื่องใหญ่”
มู่เหอเจ๋อยิ้มและกล่าวว่า “ผู้อาวุโส ท่านมีแผนแล้ว”
หลู่ฉางเซินไม่ได้ยิ้มบนใบหน้าของเขา แต่หัวใจของเขาเต็มไป
ด้วยความสุข
ใช่สิ ข้าติดตั้งมันแล้วนี่!
แต่โดยผิวเผิน เขายังคงเฉยเมย และกล่าวว่า: “ข้าได้จัดตั้งค่าย
กลบนเส้นทางสวรรค์แล้ว”
บนเส้นทางสวรรค์? ? ?
ค่ายกล? ? ? ?
ตั้งแต่เมื่อไร? ?
ทุกคนต่างผงะ
แม้แต่ พวกเย่ชิวไป่ทั้งสาม ก็ยังแสดงความสงสัย
หลู่ฉางเซินอธิบายเรื่องนี้อีกครั้ง
แน่นอนว่า เขาข้ามส่วนที่เกี่ยวกับหัวใจของเขตแดนไป
“ดังนั้น ค่ายกลเหล่านั้น ควรจะสามารถหยุดพวกมันได้ชั่ว
ขณะหนึ่ง”
“และสังหารพวกมันได้สักหน่อย”
หลินหลูเฟิ่งถามว่า: “มันจะอยู่ได้นานแค่ไหน?”
หลู่ฉางเซินคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้
เขาก็ไม่รู้เหมือนกัน!
ถ้าพูดน้อยเกินไป อาจกระทบขวัญกำลังใจ
อย่างไรก็ตาม ขวัญกำลังใจเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญ
ที่สุดในสงคราม
แต่ถ้าพูดมากเกินไป อาจนำไปสู่หายนะ
หลู่ฉางเซินมองไปรอบๆ
ทุกคนมีแววตาที่ไว้วางใจ
ยากที่เขาจะเอ่ยว่า ข้าไม่รู้ได้!
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัดฟันและกล่าวว่า “หนึ่ง… ครึ่ง
เดือน!”
มันเป็นเรื่องใหญ่ และข้าจะจัดรูปแบบค่ายกลอีกสองสามอย่างใน
ภายหลัง!
ทุกคนถอนหายใจโล่งอกเมื่อได้ยินคำตอบนี้
ครึ่งเดือนก็เพียงพอสำหรับพวกเขา ในการรวบรวมความ
แข็งแกร่งบนแผ่นดินใหญ่!