มู่ไป๋อี้ไม่สนใจแววตาของลู่หยาง และไม่กล้าสนใจด้วยสามคำถามที่ลู่หยางถามมาทำให้เขาเกิดความเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง“รองประมุขลู่หมายความว่า ลัทธิจิ่วอิ่วของพวกเราสามารถร่วมมือกับลัทธิเย่าหยางเปิดร้านย่างเนื้อหรือ?”“ไม่ใช่ร้านย่างเนื้อ แต่เป็นสมาคมการค้าพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ หนึ่งในธุรกิจคือร้านย่างเนื้อ” ลู่หยางแก้ไขหากยังเป็นร้านย่างเนื้อ จะมีนโยบายลดหย่อนภาษีที่ไหน เฉพาะการเปลี่ยนลักษณะของร้านเท่านั้น จึงจะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีลู่หยางเพื่อไม่ให้ตนเองต้องเข้าคุก ตามรอยอาจารย์ จึงศึกษากฎหมายและนโยบายอย่างหนัก ความพยายามที่ทุ่มเทลงไปมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้“ถูกต้อง ถูกต้อง เป็นสมาคมการค้าพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์” มู่ไป๋อี้รีบพยักหน้า รองประมุขลู่ช่างมีความคิดดีนี่ไม่ใช่แผนการ “รวมเป็นหนึ่งเดียวกับเย่าหยาง ไม่มีความเมตตาต่อสองลัทธิ” ที่รองประมุขลู่ให้ไว้ในแผนการวางแผนใต้หล้า
หรอกหรือ? เกรงว่ารองประมุขลู่คงคาดการณ์ถึงสถานการณ์วันนี้ไว้แล้วช่างเป็นกลยุทธ์ที่น่าสะพรึงกลัวหากเขามีสมองของรองประมุขลู่ จำเป็นด้วยหรือที่จะต้องปลอมตัวเป็นผู้ศรัทธาไปกู้เงิน? เมืองผีฝ่งตู้คงสร้างเสร็จไปแล้วหลายเมือง!อย่าว่าแต่เป็นประมุขเลย ผู้ศรัทธาคงยกให้เขาเป็นประมุขลัทธิเลยทีเดียว!แคว้นต้าเซี่ยมักส่งเสริมการประดิษฐ์และสร้างสรรค์ ไม่ว่าจะเป็นรถเหาะที่ลู่หยางประดิษฐ์ หรือภาพมายาพยับแดดที่เถาเหยา