ด้รู้ว่านี่เป็นลัทธิมารเมื่อเข้าร่วมลัทธิมารแล้วก็ถอนตัวไม่ได้ ออกจากลัทธิก็หมายถึงความตาย เขาไม่มีทางเลือก จำต้องเข้าร่วมอย่างว่าง่ายเดิมทีเขาอยากจะเก็บตัวเงียบๆ ใช้ชีวิตที่เหลือไปวันๆ แต่ผู้นำระดับสูงได้ยินว่าเขาประดิษฐ์กล้องดูดาวได้ จึงเห็นว่าเขาเป็นคนมีความสามารถ ส่งเสริมอย่างมาก เลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ตัวอีกทีก็ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำระดับสูงแล้วเมื่อขึ้นมาเป็นผู้นำระดับสูง เขาคิดว่าขอใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอดชีวิตก็พอแต่เมื่อถึงเวลาเลือกประมุข เขากลับได้รับคะแนนเสียงสูงสุดได้เป็นประมุข เหตุผลคือศีรษะล้านของเขาดูเหมือนดวงอาทิตย์ตอนนั้นเขายังปลอบใจตัวเองว่า ได้เป็นประมุขก็ดี อย่างน้อยไม่มีใครมาบงการเขาแล้วแล้วเขาก็พบว่าตำแหน่งประมุขนี้เป็นหลุมพรางใหญ่ ฟังดูดีเรียกว่าประมุข พูดให้เข้าใจง่ายก็คือเครื่องบูชายัญ
ทุกครั้งที่ลัทธิเย่าหยางเผชิญความล้มเหลวครั้งใหญ่ เช่น การวิจัยดวงอาทิตย์ไม่สำเร็จ หรือถูกราชสำนักกวาดล้างฐานที่มั่นไปหลายแห่ง ผู้นำระดับสูงก็จะเชื่อว่านี่เป็นการลงโทษจากดวงอาทิตย์ที่มีต่อลัทธิเย่าหยาง ให้ประมุขไปบวงสรวงนี่ไม่ใช่การที่ประมุขก้มหัวให้ดวงอาทิตย์สองสามทีแล้วก็จบ นั่นคือการให้ประมุขเป็นเครื่องบูชายัญ บวงสรวงด้วยตัวเอง ว่ากันว่านี่เป็นธรรมเนียมที่ประมุขคนแรกกำหนดไว้ยกตัวอย่างการทดลองขึ้นดวงอาทิตย์ หากล้มเหลวอีกครั้ง เกรงว่าคนต่อไปที่จะขึ้นดวงอาทิตย์ก็คือเขาเขาขึ้