กึ่งเซียนทั้งสองคุกเข่ำอยู่บนพื้น เงียบไม่พูดจำ แต่ยิ่งฟังยิ่งรู้สึกว่ำมีบำงอย่ำงไม่ถูกต้องลัทธิสวรรค์ยุคโบรำณรู้กฎหมำยดีขนำดนี้เชียวหรือ?และไม่ควรเรียกว่ำ “ประมุข” หรอกหรือ ท ำไมเรียก “ศิษย์พี่ใหญ่” ล่ะ?ลู่หยำงและเมิ่งจิ่งโจวใช้ใบหน้ำจริงของตน ในฐำนะกึ่งเซียนผู้สูงส่ง พวกเขำสนใจศึกษำแค่กลุ่มอ ำนำจในปัจจุบันที่อำจเป็นภัยคุกคำมต่อพวกเขำ ผู้บ ำเพ็ญธรรมดำในขั้นทำรกแรกก ำเนิดย่อมไม่อยู่ในสำยตำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ำลู่หยำงและเมิ่งจิ่งโจวมีชื่อเสียงตั้งแต่อยู่ในขั้นแก่นทองค ำศิษย์พี่ใหญ่ฟังค ำอธิบำยของลู่หยำงและเมิ่งจิ่งโจวที่ผลัดกันพูดจบแล้ว ก็แน่ใจว่ำกำรต่อสู้ของกึ่งเซียนทั้งสองไม่เกี่ยวข้องกับศิษย์น้องทั้งสอง“ศิษย์น้อง เมื่อครู่เจ้ำบอกว่ำกึ่งเซียนทั้งสองพยำยำมขโมยสิ่งของยุคโบรำณ ไม่ทรำบว่ำเป็นสิ่งใด?”“ฮิๆ เรื่องนี้รองประมุขก็รู้ไม่มำก ให้ข้ำอธิบำยดีกว่ำ” เซียนอมตะโผล่ออกมำจำกร่ำงของลู่หยำง
กึ่งเซียนทั้งสองตกใจสงสัย มองดูเซียนอมตะ พวกเขำไม่เห็นเลยว่ำในร่ำงของลู่หยำงยังมีคนอำศัยอยู่!เป็นไปไม่ได้!ถึงแม้จะเป็นผู้บ ำเพ็ญขั้นข้ำมพิบัติอำศัยอยู่ในร่ำงของลู่หยำง ก็หนีไม่พ้นสำยตำของพวกเขำ!หญิงผู้นี้เป็นกึ่งเซียนหรือ?“ยังจ ำพี่น้องฝูหลิงที่เด็กน้อยสองคนนี้เล่ำไหม?”ศิษย์พี่ใหญ่พยักหน้ำ ประสบกำรณ์ของพี่น้องคู่นี้ค่อนข้ำงแปลกประหลำด“จริงๆ แล้วพี่น้องสองคนนี้ไม่ได้เกิดจำกพ่อแม่ของพวกเขำ แต่เกิดจำกมำ