างไร”เมิ่งจิ่งโจวก็ช่วยเสริม กำมือแน่น ดวงตาเปล่งประกายแห่งความยุติธรรม “เจ้าเมืองหลิวไม่ต้องกังวล ตราบใดที่มีพวกเราพี่น้องทั้งสามคนอยู่ ลัทธิมารจะไม่มีวันสร้างความวุ่นวายได้!”เจ้าเมืองหลิวเห็นดังนั้น ก็อดชื่นชมในใจไม่ได้ “ช่างเป็นคนหนุ่มที่กล้าหาญจริงๆ!”ซื่อฉันพยายามนึกถึงคำพูดที่ลู่หยางเคยพูดไว้ทุกคำพูดของศิษย์พี่ลู่หยางล้วนเป็นความจริง ไม่ถือเป็น “คำโกหก” แต่ดูเหมือนจะไม่ตรงกับความเป็นจริงนัก นี่เป็นเพราะอะไรกันนะ?
“ช่างเถอะ เมื่อสามหลานชายยังต้องสืบหาเบาะแสลัทธิมาร ข้าก็จะไม่รบกวนอีก ข้ายังต้องกลับไปเตรียมการต้อนรับบุคคลสำคัญ”“บุคคลสำคัญหรือ?”“ป้าเยี่ยนแห่งสำนักบังลม วันนี้ช่วงเที่ยงจะคุมตัวสมาชิกสำนักราตรีทมิฬไปยังเมืองหลวง ท่านผู้ปกครองแคว้นกังวลว่าจะเกิดเหตุไม่คาดฝันอีก จึงได้เชิญป้าเยี่ยนมาควบคุมตัว”ลู่หยางพยักหน้าเข้าใจป้าเยี่ยนผู้นี้ เขาเคยพบตอนงานเฉลิมฉลองหนึ่งแสนสองหมื่นปีของสำนักเวิ่นเต๋า เป็นหนึ่งในบรรพบุรุษขั้นข้ามพิบัติที่ได้รับเชิญมาร่วมงาน ท่านเป็นผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติระดับแท้จริง หลู่ปาเชียนเป็นเพียงผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติครึ่งๆ กลางๆ ไม่อาจเทียบกันได้เลยจากนั้นทั้งสามส่งเจ้าเมืองหลิวออกไปเมื่อกลับมาที่ชั้นสองของโรงเตี๊ยม พบสองพี่น้องตระกูลฝูแอบยื่นหน้าออกมาดูอย่างระมัดระวัง“คนไปกันหมดแล้วหรือ?” พวกนางไม่เคยเห็นบุคคลสำคัญระดับเจ้าเมืองมาก่อน ตอนได้ยินว่าเจ้าเมื