“บ้านโยมสวี่ใหญ่ไม่น้อยเลยนะ”สวี่อานยิ้มอย่างเขินอาย “บิดามารดาล้วนเป็นผู้บำเพ็ญ ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ได้ทิ้งทรัพย์สมบัติไว้ไม่น้อย น่าเสียดายที่ข้ามีพรสวรรค์จำกัด ไม่สามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญได้ ทำให้สามท่านต้องหัวเราะเยาะเสียแล้ว”เมื่อไม่สามารถบำเพ็ญได้ ก็ต้องอ่านตำราของปราชญ์ให้หนักเปลี่ยนไปหาชื่อเสียงและลาภยศแทน ก็ยังถือว่าไม่ทำให้บิดามารดาต้องผิดหวังน่าเสียดายที่เขาในด้านการสอบขุนนางก็ไม่มีความโดดเด่นแต่อย่างใดสวี่อานไม่ค่อยเล่าเรื่องพวกนี้ให้ใครฟัง แต่ลู่หยางทั้งสามคนเป็นข้อยกเว้นเขาได้ยินพี่ชายจงหมิงบอกว่า ซื่อฉันและผู้คุ้มกันทั้งสองมีโอกาสสูงที่จะเป็นผู้บำเพ็ญขั้นสร้างฐานไปจนถึงขั้นแก่นทองคำ ผู้บำเพ็ญระดับนี้คงไม่สนใจทรัพย์สินเล็กน้อยของเขา
ที่ด้านในประตูบ้านของสวี่ติดอยู่ด้วยยันต์สีเหลือง เป็นยันต์ไล่ผีที่ผู้บำเพ็ญคนก่อนๆ ติดไว้ แม้จะไม่มีประโยชน์อะไร แต่ก็ทำให้รู้สึกอุ่นใจเมื่อติดไว้ตรงนั้นทั้งสี่คนเข้าไปในบ้านสวี่ พอดีกับที่มีสาวใช้คนหนึ่งกำลังกวาดลานบ้าน จากเสื้อผ้าที่เรียบง่ายก็พอจะเดาได้ว่าเป็นสาวใช้เมื่อสาวใช้เห็นเจ้าของบ้านพาแขกสามคนเข้ามา ก็รีบหลบไปด้านข้าง เพื่อไม่ให้เกะกะทางสาวใช้หน้าตาดี เมิ่งจิ่งโจวมองอยู่หลายครั้ง“นี่คือเสี่ยวฉุย” สวี่อานยิ้มพลางกล่าว“ปีที่แล้วข้าไปสอบ พักค้างคืนที่วัดบนภูเขา บังเอิญได้พบกับเสี่ยวฉุยที่วัด เสี่ยวฉุยบอกว่ามีคนร้ายกำล