อนก็เป็นฝีมือผู้บำเพ็ญโบราณ”“เมืองฮั่นสุ่ยนั่นเป็นคดีใหญ่ ผู้บำเพ็ญโบราณขั้นข้ามพิบัติถึงสามคน พวกเราเทียบไม่ได้”ลู่หยางทั้งสามคนออกจากเมืองพอดี สังเกตเห็นประกาศที่ติดอยู่ที่ประตูเมือง“ศิษย์พี่ทั้งสอง พวกท่านเคยได้ยินชื่อสำนักราตรีทมิฬหรือไม่?”ซื่อฉันมีประสบการณ์เกี่ยวกับผู้บำเพ็ญโบราณไม่มากนัก จึงไม่ค่อยรู้จักองค์กรโบราณเท่าไรเทียบกับซื่อฉัน ลู่หยางมีความรู้เรื่องโบราณมากกว่า “สำนักราตรีทมิฬเป็นองค์กรมือสังหารที่ก่อตั้งในช่วงกลางยุคต้าอวี๋ ชื่อมาจากผู้ก่อตั้งเย่เสี่ยว ตอนนั้นฮ่องเต้ขัดแย้งกับอาจารย์หลวงแย่งชิงอำนาจ เพื่อดึงดูดใจผู้บำเพ็ญระดับสูง ฮ่องเต้จึงสุภาพอ่อนน้อมต่อสำนักราตรีทมิฬ”
“หลังจากเย่เสี่ยวหายตัวไป สำนักราตรีทมิฬมีประมุขเปลี่ยนไปสามคน สำนักเสื่อมลงเรื่อยๆ สุดท้ายถูกองค์กรมือสังหารที่เพิ่งก่อตั้งแทนที่”ลู่หยางได้ฟังการสอบปากคำทั้งหมดเมื่อคืนเย่เสี่ยวมีเหตุผลที่โอหัง พื้นที่ปฏิบัติการของเขาอยู่ในสองสามเมืองแถบนี้ ในเมืองเหล่านี้ผู้บำเพ็ญที่แข็งแกร่งที่สุดมีเพียงขั้นแปลงร่างเซียน เขามีรองประมุขฟานเป็นผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างคุ้มครอง อาจกล่าวได้ว่าปลอดภัยที่สุดจากการสืบสวนของเย่เสี่ยว ก่อนหน้านี้ราชสำนักไม่เคยจับกุมผู้บำเพ็ญโบราณที่สลายพลังเริ่มบำเพ็ญใหม่ได้เลย ส่วนผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างนั้นจับได้บ้าง แต่นั่นเป็นเพราะผู้บำเพ็ญขั้นรวมร่างเหล่านั้นกระทำการอุกอาจเกินไป จงใจท้าทาย