“แล้วเจ้ำจะหำลูกค้ำอย่ำงไร เคำะประตูทีละบ้ำนหรือ”ซื่อฉันส่ำยหน้ำ หยิบธงผืนใหญ่ออกมำจำกแผ่นหยกประจ ำตัวด้ำนหน้ำเขียนบริกำรต่ำงๆ ตั้งแต่ไล่ผี ขอลูก รักษำโรค ครบทุกอย่ำงดูหลำกหลำยมำกด้ำนหลังธงเขียนว่ำ “เจรจำรำคำได้”ซื่อฉันพำทั้งสองคนมำถึงบริเวณคึกคักที่สุดของเมือง จ่ำยค่ำพื้นที่ หำที่ว่ำงเล็กๆ ตั้งแผง กำงธง นั่งลงอย่ำงสงบที่โต๊ะท่ำทำงคล่องแคล่ว ดูเหมือนไม่ใช่ครั้งแรกที่ท ำเช่นนี้ซื่อฉันยังใจดีหยิบเก้ำอี้มำเพิ่มอีกสองตัว ให้ลู่หยำงและเมิ่งจิ่งโจวนั่งแผงของซื่อฉันมีร้ำนขำยก๋วยเตี๋ยวอยู่ด้ำนซ้ำย ร้ำนขำยขนมปิ้งอยู่ด้ำนขวำ เขำกำงธงขนำดใหญ่คล้ำยหมอดู สะดุดตำมำกคนเดินผ่ำนไปมำมักเหลียวมอง สังเกตเห็นพระสงฆ์ที่แปลกไปจำกธรรมดำ แต่เพรำะดูแปลกประหลำดเกินไป จึงไม่มีใครกล้ำเข้ำมำขอควำมช่วยเหลือในตอนแรกซื่อฉันรู้สึกเสียดำย ทุกครั้งที่เขำตั้งแผง เริ่มแรกมักไม่มีลูกค้ำจนกระทั่งคนพบว่ำเขำเป็นพระที่มีควำมสำมำรถจริง แล้วเริ่มมำ
เข้ำคิวขอควำมช่วยเหลือ แต่เห็นคนมำกมำยเกินไป เรื่องมำกเกินจะจัดกำรได้ เขำก็จะรีบออกไปเสีย“ชำวโลกขำดจิตวิญญำณของกำรสร้ำงสรรค์สิ่งใหม่ ไม่กล้ำยอมรับสิ่งแปลกใหม่ หำกอำตมำมีวำจำคมคำยเหมือนอำจำรย์ของท่ำน ก็คงต้องไปเล่ำนิทำนที่โรงน ้ำชำ เผยแพร่หลักธรรมสู่ชำวโลก”ลู่หยำงพบคนชมอำจำรย์ของเขำเป็นครั้งแรก รู้สึกเขินอำยอย่ำงประหลำด หำกอำจำรย์ในปรโลกรู้เข้ำ คงจะปลื้มใจไม่น้อย“อีกอย่ำง ศิษย์พี่เม