ลู่หยางคิดในใจ มิน่าเล่าเจ้าหมอนี่ถึงได้อุตส่าห์มาถึงที่กันดารไกลปืนเที่ยงแห่งนี้ ที่แท้ก็มาขายเลือดนี่เองช่างไม่มีความทะเยอทะยานไม่กลัวว่าตระกูลหงส์จะรู้เรื่องแล้วมาฆ่าเจ้าเพื่อกำจัดคู่แข่งหรือไงลู่หยางคิดแผนไว้แล้วว่าหากถึงเวลานั้น เขาจะออกหน้าในฐานะศิษย์พี่ใหญ่บรรพบุรุษหงส์ ขอร้องให้ตระกูลหงส์ปล่อยซากศพไว้สักหน่อย“ขออภัย พวกท่านทั้งคู่” ผู้บำเพ็ญขั้นแก่นทองสองคนที่ยืนเฝ้าประตูท้องพระโรงขวางทั้งสองคนไว้อย่างสุภาพ หวังจะตรวจสอบระดับพลังโดยทั่วไปผู้ที่มาที่นี่มักจะมีจดหมายเชิญ เพียงแสดงให้ดูก็สามารถผ่านเข้าไปได้ นอกจากนั้นก็มีผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดที่ไม่ต้องมีจดหมายเชิญ ในเวลาเช่นนี้ก็จำเป็นต้องยืนยันระดับพลังมิเช่นนั้นหากปล่อยให้คนที่ปิดหน้าปิดตาเข้าสู่ท้องพระโรงโดยไม่มีการตรวจสอบ จะไม่กลายเป็นเรื่องขบขันหรอกหรือ
“พวกเจ้ากำลังเรียกข้าอยู่หรือ” เมิ่งจิ่งโจวหยุดฝีเท้า ทอดสายตาเย็นชามอง ปล่อยกระแสพลังของขั้นสุดยอดทารกแรกกำเนิดออกมาเล็กน้อย สยบสองคนนั้นในทันทีผู้พิทักษ์ขั้นแก่นทองทั้งสองรีบขอโทษ เหงื่อเย็นไหลซิบๆ อีกฝ่ายเป็นผู้บำเพ็ญขั้นทารกแรกกำเนิดอย่างไม่ต้องสงสัย และอย่างน้อยก็อยู่ในขั้นกลางของทารกแรกกำเนิด!“ขอประทานอภัย ท่านผู้อาวุโสทั้งสองโปรดเข้าไปข้างใน”สองคนเดินเข้าสู่ท้องพระโรง บรรยากาศเปลี่ยนไปในทันที สว่างไสวด้วยแสงตะเกียงมากมาย หากพิจารณาอย่างละเอียดก็จะพบว่าแท้จริงแล