ลู่หยางรู้สึกประทับใจในภูมิปัญญาของศิษย์พี่รอง ช่างเป็นวิธีอันชาญฉลาด เขาเองกลับคิดไม่ถึง!“ท่านเซียน วิธีนี้ใช้ได้ไหม?” เขามองเซียนอมตะด้วยความคาดหวัง“อาจหลอกตัวเองได้”“ทารกแรกกำเนิดของศิษย์พี่รองของเจ้ามีสติปัญญา ตบตาสองสามคำก็ผ่านไป แต่ทารกไร้เทียมทานของเจ้าไม่มีสติปัญญา จะหลอกมันได้อย่างไร?”ลู่หยางคอตก ดูเหมือนวิธีนี้ใช้ไม่ได้ ได้แต่เอาชนะทารกแรกกำเนิดด้วยวิธีปกติลู่หยางกลับไปยัง “เขตอวี้จือ” อ่านบทความของศิษย์พี่ใหญ่อย่างละเอียดทุกตัวอักษร รู้สึกว่าบทความเหล่านี้มีความหมายลึกซึ้งอ่านจบแล้วได้ประโยชน์มาก“สมแล้วที่เป็นศิษย์พี่ใหญ่ บันทึกที่เขียนล้วนมีเหตุผลยิ่งนัก อ่านไปก็เหมือนได้ปรึกษาอย่างลึกซึ้ง”นี่มีประโยชน์กว่าการชี้แนะของเซียนอมตะมากนัก
ลู่หยางยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่าบทความเหล่านี้ตรงใจยิ่งนัก ราวกับตนเองเขียนเอง!เวลาสองเดือนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในช่วงนี้ลู่หยางพำนักอยู่ในหอคัมภีร์ ไม่ห่างจากชั้นสองแม้แต่ก้าวเดียว ศึกษาวิชายุทธ์ขั้นทารกแรกกำเนิดอย่างขะมักเขม้น ได้ประโยชน์มหาศาลเขานั่งขัดสมาธิบนเสื่อหญ้า ห้าใจชี้ฟ้า หายใจสม ่าเสมอ ดูเหมือนหลับไป แต่ก็คล้ายกับเข้าสู่การรับรู้ระดับลึกกว่าแนวคิดการบำเพ็ญต่างๆ และวิชายุทธ์หลากหลายวนเวียนในสมองเขา เหมือนกลุ่มเส้นด้ายที่สับสนไร้ระเบียบสิ่งที่เขาต้องทำคือถักทอเส้นด้ายที่สับสนนี้ออกมาทีละเส้น เลือกเฉพาะที่ใช้ได้ แล้วปรับแต่งตามสถานการณ์