บด้วยน ้าเสียงหนักแน่น“ท่าทางไม่เลว” ผู้อาวุโสตระกูลต้อเจียงพึงพอใจ พยักหน้า“ส่วนเจ้าซู่อี้เหริน เจ้าคือราชาแห่งสวรรค์ผู้พิทักษ์”ใต้เสื้อคลุมดำ เจียงเหลียนอี๋กลอกตา ไม่สนใจเขา
ผู้อาวุโสตระกูลต้อเจียงไม่ใส่ใจ พูดต่อ “หยุนหยาง สิ่งที่เจ้าต้องทำคือปลอมตัวเป็นลัทธิสวรรค์ในงานเปิดประเทศ ต่อสู้กับอัจฉริยะของตระกูลเรา หลังจากการต่อสู้ดุเดือด เจ้าจะแพ้ให้อัจฉริยะของตระกูลเรา!”“ขอรับ รับรองว่าจะทำภารกิจให้สำเร็จ!”ผู้อาวุโสตระกูลต้อเจียงกระตุ้นป้ายต้อเจียงอีกครั้ง “ข้าสั่งให้เจ้าแสดงศักยภาพทั้งหมดโดยไม่คำนึงถึงผลตามมา เจ้าต้องบรรลุระดับของรองประมุขลู่ในเวลาอันสั้น!”เมื่อพูดจบ ร่างของลู่หยางเปล่งประกายแดง ราวกับกำลังเผาไหม้เขาล้มลงกับพื้น งอตัว จับเสื้อผ้าบริเวณหัวใจ ร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด“เจ็บจัง… ร้อนจัง… พลัง… พลังไหลทะลักไม่หยุด!”พลังทุกชนิดย่อมมีผลตามมา ลู่หยางไม่อาจรับพลังนี้ได้ เขากลิ้งไปมาบนพื้น เหงื่อผุดเป็นเม็ดใหญ่เท่าถั่วบนหน้าผาก ไม่นานผมก็เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อฉี่ด ฉี่ด ฉี่ด——อุณหภูมิร่างกายของลู่หยางสูงขึ้นเรื่อยๆ ร้อนจนเหงื่อระเหย ส่งเสียงฉี่ดๆท่ามกลางไอร้อน ลู่หยางค่อยๆ ลุกขึ้น ปรับตัวกับพลังนี้
ผู้อาวุโสตระกูลต้อเจียงดีใจมาก สมกับเป็นป้ายต้อเจียงที่บรรพบุรุษมอบให้ ประสิทธิภาพดีเพียงนี้“นายท่าน ข้าได้บรรลุระดับของรองประมุขลู่แล้ว!”