ยกระบี่ก็เซียนอิงเทียนหลอม“หืม? ข้าไม่เคยบอกเจ้าหรือ ค่ายกระบี่ปลอมนั่นก็เป็นเซียนอิงเทียนที่มอบให้เจียงเหลียนอี๋กับเสี่ยวหลิง”
“เซียนฉี่หลินไม่เคยรู้ตัว ยังคิดว่าเจียงเหลียนอี๋กับเสี่ยวหลิงบังเอิญค้นพบ ทั้งยังเสียใจที่ความลับถูกเปิดเผยมากมาย”ลู่หยางรู้สึกว่าสถานการณ์ในยุคโบราณซับซ้อนวุ่นวาย แม้แต่ในหมู่เซียนก็ยังมีการคิดเล่ห์เหลี่ยมต่อกัน“ท่านเจียงดูเหมือนจะเชื่อมั่นมากว่าเซียนฉี่หลินยังมีชีวิตอยู่?”จากการสังเกตของลู่หยาง ตลอดทางเจียงเหลียนอี๋มักครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรจึงจะพบเซียนฉี่หลิน ราวกับมั่นใจว่าเซียนฉี่หลินยังมีชีวิตอยู่ ไม่ได้ตกเป็นเหยื่อของผู้อยู่เบื้องหลัง“ดูออกแล้ว นางแน่ใจว่าเซียนฉี่หลินยังมีชีวิตอยู่ ก็แสดงว่ายังมีชีวิตอยู่”เซียนอมตะหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วอธิบายว่า “เจ้ายังจำได้ไหมที่ข้าเคยบอกว่าเมื่อเซียนฉี่หลินบรรลุเป็นเซียน เจียงเหลียนอี๋และเสี่ยวหลิงก็จะไม่สามารถบรรลุเป็นเซียนได้”“เจียงเหลียนอี๋โดยกำเนิดมีคุณสมบัติเป็นเซียนอยู่แล้ว แต่เซียนฉี่หลินเอาชนะนาง ก้าวล ้าหน้านางไปก่อน นางจึงสูญเสียโอกาสที่จะเป็นเซียน”“หากเซียนฉี่หลินสิ้นชีพ นางจะรู้สึกได้ถึงพลังที่กดทับรูปแบบของผลของการบำเพ็ญเป็นเค้าผู้แข็งแกร่งรังแกผู้อ่อนแอที่หายไปตอนนี้นางก็จะสามารถบรรลุเป็นเซียนได้แล้ว”
ลู่หยางเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง“เจียงเหลียนอี๋และเสี่ยวหลิงในสถานการณ์เช่นนี้ถือว่าเป็นส่วนน้อยมากในกลุ