งงามยุคโบราณ ปรากฏตัวที่ไหนก็เป็นจุดสนใจไปที่ไหนก็เป็นที่จับตามองยิ่งไปกว่านั้น ภายในตระกูลหงส์ล้วนมีภาพวาดของเจียงเหลียนอี้ ถ้าไม่มีเรื่องวุ่นวายก็แปลกแล้วเจียงเหลียนอี้ครุ่นคิด เรื่องนี้ก็มีเหตุผล นางหยิบเสื้อคลุมสีดำจากแหวนเก็บของ สวมทับตัว ท่าทางคล่องแคล่ว ทำได้ชำนาญ ราวกับทำบ่อยๆ
“หืม? ทำไมข้าถึงทำไปโดยไม่รู้ตัวล่ะ?”เจียงเหลียนอี้ชะงักไปเล็กน้อย รู้สึกงุนงง ด้วยนิสัยของนาง ไม่เคยทำอะไรปิดบังอำพราง ไม่น่าจะสวมเสื้อคลุมบ่อยๆมันไม่สมเหตุสมผลเซียนอมตะไม่แปลกใจเลย ส่งเสียงสื่อจิตอธิบายให้เจียงเหลียนอี้“ข้าเคยพาเจ้ากับเสี่ยวหลิงไปงานประมูลแกล้งทำเป็นหมูเพื่อกินเสือตอนนั้นพวกเราสามคนล้วนสวมเสื้อคลุม”ศิษย์พี่คนที่สามหยิบหนังสัตว์ออกมา เชิญเจียงเหลียนอี้นั่ง ก่อนออกเดินทางไปตระกูลต้อเจียงสี่คนออกเดินทางบนหนังสัตว์ เซียนอมตะรู้สึกเบื่อ จู่ๆ ก็นึกถึงเรื่องหนึ่ง“การเรียกขานระหว่างเจ้ากับเหลียนอี้ดูจะไม่ค่อยถูกต้อง?”“เหลียนอี้เรียกข้าว่าพี่ ลู่หยางเจ้าเรียกนางว่าผู้อาวุโส เหลียนอี้เรียกเจ้าว่าลู่หยาง”“มีปัญหาอะไรหรือ?” ลู่หยางคิดว่าไม่มีปัญหาอะไร ไม่เช่นนั้นจะเรียกอย่างไร เรียกเหลียนอี้พี่หรือ?“ไม่ถูกไม่ถูก ลำดับชั้นสับสนแล้ว แม้ข้าจะไม่ได้รับเหลียนอี้เป็นศิษย์ แต่ก็มีความสัมพันธ์อาจารย์ศิษย์โดยพฤตินัย ลู่หยางเจ้าในฐานะผู้สืบทอดเซียนอมตะลำดับที่สอง รวมทั้งเป็นศิษย์ของข้า ตาม
การนับลำดับสาย