พี่คนที่สามสมกับเป็นนักโบราณคดีมืออาชีพ รู้วัฒนธรรมต่างๆ ของเผ่าปีศาจอย่างถ่องแท้“ประโยคนี้คงไม่ใช่เซียนอิงเทียนเขียนเช่นกันกระมัง?”“ไม่ใช่สิ นั่นเป็นการแสดงออกอย่างอิสระของฉงฉีเฒ่า เซียนอิงเทียนไม่สามารถช่วยให้ทุกคนคิดประโยคคนละหนึ่งประโยคได้ จะเกิดความเหมือนกัน คนก็จะมองออก”เซียนอิงเทียนทำงานอย่างรอบคอบ พิจารณาทุกแง่มุม“ศิษย์พี่ ฐานที่ท่านพูดถึงอยู่ที่ใด?”“อีกไม่นาน อีกไม่นาน”ภายในสุสานมืดสนิท ซับซ้อนราวเขาวงกต หากไม่มีผู้อาวุโสระดับตระกูลฉงฉีนำทาง จะหลงทิศทางในสุสานได้ง่ายมากไม่รู้ว่าศิษย์พี่คนที่สามสำรวจโครงสร้างสุสานฉงฉีมาจากที่ใดทั้งสามเดินราวสองลี้ จึงเดินผ่านทางเดินเสร็จ ศิษย์พี่คนที่สามเคาะอิฐผนัง ประตูลับเปิดออก ทำสัญญาณให้ทั้งสองตามมาลู่หยางสังเกตเห็นว่าบนผนังห้องลับมีลูกธนูมากมายหันออกไปข้างนอก จึงเข้าใจทันทีในสุสานฉงฉีมีกลไกมากมาย ที่นี่เป็นห้องกลไกแห่งหนึ่ง หากเหยียบผิดที่ จะมีธนูพุ่งออกมานับพัน สังหารผู้บุกรุก
หลังจากยิงธนูจนหมด จะต้องเติมใหม่ จึงมีห้องกลไก ซึ่งก็คือที่พักของทั้งสาม“ศิษย์พี่หาสถานที่เช่นนี้ได้ด้วยหรือ?”ทั้งสองตกตะลึงอย่างยิ่ง แค่ซ่อนตัวในสุสานยังพอว่า แต่นี่ยังซ่อนในห้องกลไกของสุสาน ใครจะนึกว่ามีคนซ่อนตัวอยู่ที่นี่ ไม่น่าแปลกที่ศิษย์พี่คนที่สามมั่นใจว่าการซ่อนตัวในตระกูลฉงฉีปลอดภัยทั้งสามพักผ่อนที่นี่สองสามชั่วยาม ปรับสภาพร่างกาย แม้จะมีแผ่นวิเศษหายต