ับลมรอบข้างจนหักล้างกัน” เซียนอมตะอธิบายอย่างไม่ใส่ใจนัก“พรสวรรค์พิเศษของซวนฮุ่ยอยู่ที่ลมและหมอก หยกกำหนดลมสองเม็ดนี้น่าจะผลิตจากกะโหลกของซวนฮุ่ย”“ช่างเป็นสมบัติล ้าค่า”“พวกเจ้าตามข้ามา ไม่เช่นนั้นจะหลงทางได้ง่าย” ศิษย์พี่คนที่สามเตือนเสียงดัง“ศิษย์พี่คนที่สาม ท่านมองเห็นเส้นทางข้างหน้าได้ชัดหรือ?”“ไม่ใช่มอง แต่เป็นการรับรู้ หลังจากมาเขตปีศาจข้าได้ปิดตาฝึกฝนประสาทสัมผัสทั้งสี่ ไม่พึ่งพาดวงตาและจิตอีกต่อไป”
เมื่อวิทยายุทธ์เพิ่มขึ้น ประสาทสัมผัสทั้งห้าและจิตของผู้บำเพ็ญจะยิ่งว่องไวเฉียบคม แต่หากต้องการก้าวไปอีกขั้น เพียงแค่อาศัยการเพิ่มขึ้นของวิทยายุทธ์นั้นไม่เพียงพอ ยังต้องมุ่งมั่นฝึกฝนอีกด้วย“ศิษย์พี่ตัดสินใจฝึกฝนประสาทสัมผัสทั้งสี่หลังจากเห็นม่านหมอกระหว่างดินแดนกลางและเขตปีศาจใช่หรือไม่?” เมิ่งจิ่งโจวนึกถึงม่านหมอกก่อนเข้าเขตปีศาจ“ใช่ ม่านหมอกนั้นเตือนให้ข้าคิดได้”“เช่นนั้นศิษย์พี่ทราบหรือไม่ว่าเหตุใดเขตปีศาจจึงตั้งอยู่บนดินแดนกลาง และทะเลตงไห่กับดินแดนหนาวเหน็บมีสภาพเป็นอย่างไร”“รู้แล้วว่าพวกเจ้าต้องถามเรื่องนี้ ตอนนี้เวลาเร่งรัด รอออกไปแล้วค่อยเล่าให้ฟังอย่างละเอียด”“เวลาเร่งรัด?”“ใช่ หากพวกเฒ่านั่นรู้ว่าข้าปรากฏตัวที่นี่ ต้องส่งคนมาสังหารข้าแน่ พวกเราควรไปให้พ้นดินแดนลับก่อนพวกเขามาถึง”“ศิษย์พี่เปิดเผยตัวตนว่าเป็นศิษย์สำนักเวิ่นเต๋าหรือ?” เมิ่งจิ่งโจวในฐานะผู้มีสถานะคู่ทั้งศิษ