ผ่านไปสามเดือนนับจากที่ลู่หยางกลับจากสำนักธาตุทั้งห้า วันหนึ่ง พี่ใหญ่ได้รับสารจากแดนไกล นางอึ้งไปครู่หนึ่งนางนั่งครุ่นคิดในถ ้าพักสักพัก แล้วถอนหายใจเบาๆ“ดูเหมือนต้องให้ศิษย์น้องไปสักหน่อยแล้ว”ขณะนั้นลู่หยางกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญของการบำเพ็ญเขาอ้าปากกว้าง ดูดซับพลังวิเศษ หน้าผากมีเหงื่อซึม กลายเป็นไอน ้าลอยขึ้น รวมตัวกันเหนือศีรษะ ราวกับมีเมฆมงคลบนหัว“ฮู้ ในที่สุดข้าก็บำเพ็ญจากขั้นแก่นทองคำขั้นเจ็ดมาถึงขั้นแก่นทองคำขั้นแปดได้แล้ว!”เขาเพิ่งลืมตา ก็เห็นพี่ใหญ่ยืนอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าเรียบเฉยถามว่า“ตั้งแต่เมื่อไรกันที่ขั้นแก่นทองคำแบ่งเป็นขั้นเจ็ดและขั้นแปด?”ลู่หยางรีบเปิดโปงผู้อยู่เบื้องหลัง “ท่านผู้อาวุโสบอกเอง นางบอกว่าหากแบ่งระดับการบำเพ็ญให้ละเอียด จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจในการบำเพ็ญ แต่ละขั้นจะสร้างความรู้สึกสำเร็จ!”
“เฮ้ย! เจ้านี่ขายข้าเลยใช่ไหม?” เซียนอมตะไม่พอใจ วิ่งออกมาจากร่างลู่หยาง นางสวมชุดนอนสีชมพู เพิ่งตื่นนอนก็ได้ยินลู่หยางพูดให้ร้าย“นี่จะเรียกว่าขายได้อย่างไร? นี่แค่พี่ใหญ่ถาม ข้าตอบตามจริงเท่านั้น”“นี่แหละคือการขาย”“นี่ไม่ใช่การขาย”พี่ใหญ่คิดว่าหากปล่อยให้สองคนถกเถียงต่อไป วันนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้วนางหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกมา ซองจดหมายมีลายมือสวยงามน่ารัก เขียนว่า ‘ถึงพี่อวี้จือ โปรดเปิดด้วยตนเอง’“นี่คือ……”“จดหมายจากศิษย์พี่คนที่สามกั่นเถียนส่งมาจากเขตปีศาจ บอกว่าพบเห็นสิ่