“อย่าพูดจาเหลวไหล วิชาอาคมห้าธาตุจะง่ายถึงเพียงนั้นได้อย่างไร?” ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาตำหนิลู่หยาง หากวิชาอาคมห้าธาตุฝึกได้ง่ายเพียงนั้น สำนักธาตุทั้งห้าของพวกเขาจะมีไว้ทำไม?“อย่าคิดว่าบังเอิญฝึกวิชาอาคมห้าธาตุได้สักวิชา แล้วจะดูแคลนการเรียนวิชาอาคม”“เจ้าฝึกวิชาอาคมห้าธาตุมาแล้วกี่อย่าง ลองให้ข้าดูหน่อย”ในสายตาของผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชา ลู่หยางคงเรียนวิชาลูกไฟวิชากำแพงดิน และวิชาอาคมง่ายๆ เช่นนี้ จึงคิดว่าวิชาอาคมห้าธาตุง่ายดายลู่หยางถอนหายใจ จำต้องแสดงวิชาอาคมที่เรียนมาทีละอย่างเขาแบมือขวา นกเพลิงสีทองปรากฏบนฝ่ามือ มีชีวิตชีวาราวของจริง กอปรด้วยความร้อนอันน่าสะพรึง จุดข้อสอบเก็บคะแนนที่ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาวางบนโต๊ะบรรยายลู่หยางแบมือซ้าย ไฟสามรสลุกโชติช่วงผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชามุ่งความสนใจทั้งหมดไปที่ฝ่ามือของลู่หยาง มิได้สังเกตเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้“นี่คืออะไร?”
“เปลวเพลิงแท้ของนกทอง ไฟสามรส”“อะไรนะ?”ทำไมเขาไม่เคยได้ยินชื่อเพลิงแท้สองชนิดนี้มาก่อน?เมื่อไหร่กันที่เพลิงแท้หนึ่งร้อยแปดชนิดกลายเป็นหนึ่งร้อยสิบชนิดไปแล้ว?ยังไม่ทันที่ผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาจะตั้งสติได้ ก็เห็นลู่หยางหยิบเมล็ดพันธุ์หนึ่งเมล็ด ปลูกลงบนพื้นเมล็ดพันธุ์หยั่งรากทันทีที่ตกดิน ต้นอ่อนงอกขึ้นมาเป็นดอกบัวสองดอก บนดอกบัวมีลู่หยางสองคนยืนอยู่ คนหนึ่งสวมเสื้อผ้า อีกคนห่มใบบัว“นี่คือวิชาอาคมอะไร?” ดวงตาของผู้อาวุโสถ่ายทอดวิชาเบิ