ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องจากลูกไฟและพลังธาตุทอง เส้นธาตุไฟทั้งสายสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลายเมื่อลมกรรโชกพัดเถ้าธุลีออกไป ณ จุดเดิมปรากฏหลุมใหญ่หินจากสายลาวาบริสุทธิ์ทั้งหมดกลายเป็นภาวะสูญ แม้แต่ท่านเต๋าปู้อวี่ก็มลายหายไปกับสายลม“พวกผู้อาวุโสสำนักธาตุทั้งห้าของเจ้านี่ลงมือโหดเหี้ยมนัก” ลู่หยางทำปากจิ้มลิ้ม ปรากฏตัวข้างเมิ่งจิ่งโจว “อาจารย์ไปทำอะไรที่สำนักธาตุทั้งห้า ถึงได้ถูกคนเกลียดชังเช่นนี้”หยวนกังเห็นลู่หยางแล้วตกใจราวกับเห็นผี ใบหน้าซีดเผือด“เจ้า…เจ้าอยู่ที่นี่ได้อย่างไร คนเมื่อครู่คือใคร?”ลู่หยางตอบอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง “ย่อมเป็นร่างแยกสิ ไม่เห็นรึไง? ร่างแยกไม้ ร่างแยกไม้ถือดาบไม้ ช่างเข้ากันดีเหลือเกิน”หากไม่เป็นเช่นนั้น ผู้อาวุโสสายไฟและสายทองก็คงไม่ลงมือรุนแรงถึงเพียงนี้ใช้ร่างจริงแปลงเป็นอาจารย์? ถ้าเขาทำเช่นนั้น คงไม่รู้แม้แต่ว่าความตายเขียนอย่างไร
“ฮ่าๆ ไม่เลว ศิษย์สำนักเวิ่นเต๋านี่มีสติปัญญาเฉียบแหลมจริงๆ”เสียงหัวเราะกังวานของซงต้วนเทียนดังขึ้นจากที่ว่างเปล่า แล้วผู้อาวุโสทั้งห้าสายและชิวจิ้นอันก็ปรากฏตัวขึ้นตามลำดับ“หยวนกัง จงจำไว้ว่ามีคนเก่งกว่าเจ้าอยู่เสมอ ฟ้าสูงกว่าฟ้า คนเหนือกว่าคน จำบทเรียนครั้งนี้ไว้ อย่าได้หยิ่งผยองอีก”จะไม่พูดถึงวิธีการใช้แรงดึงดูดของพื้นโลกของเมิ่งจิ่งโจวและการที่ลู่หยางแปลงเป็นท่านเต๋าปู้อวี่เพื่อยั่วโทสะ เพียงแค่เข็มตีโกงขนวัวที่หลี่หาวเ