ี่หาวเหริน” เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ หลี่หาวเหรินไม่ยอมให้คนอื่นออกหน้าแทนอีกต่อไป จึงก้าวออกมาข้างหน้า“เจ้านี่เองคือหลี่หาวเหรินผู้มีรากฐานไฟ คนเราดูภายนอกไม่ได้จริงๆ ได้ยินว่าเจ้าได้รับการถ่ายทอดวิชาจากผู้อาวุโสโจวซิน เป็นช่างหลอมฝีมือเยี่ยมยอดผู้หนึ่ง จริงหรือไม่?”“จริงแล้วอย่างไร ไม่จริงแล้วอย่างไร?”แววตาของหยวนกังวาบวับ “ไม่อย่างไร วิทยายุทธ์ข้าสูงกว่าเจ้าหนึ่งขั้นย่อย ต่อสู้กับเจ้าก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ เอาอย่างนี้แล้วกัน เจ้ากับข้าลองประลองวิชาหลอมกันดู เจ้าว่าอย่างไร?”“ศิษย์พี่หยวนกัง หลี่หาวเหรินเป็นแขก” ไป๋หมิงเตือนหยวนกังอีกครั้งหยวนกังหัวเราะเบาๆ “แลกเปลี่ยนวิชาหลอม ให้เขาได้เรียนรู้วิธีหลอมของสำนักธาตุทั้งห้าพวกเรา ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ?”“ประลองวิชาหลอมงั้นหรือ? ได้” ในเรื่องวิชาหลอม หลี่หาวเหรินไม่เคยกลัวใครมาก่อน“เห็นไหม หลี่หาวเหรินเองก็ยินยอมแล้ว”“จะประลองเมื่อไร?”“ไม่ต้องรอให้ถึงวันที่กำหนดหรอก วันนี้ก็ได้ จะได้ให้ทุกคนเป็นพยาน”
ด้วยความขัดแย้งของสองฝ่าย ศิษย์สำนักธาตุทั้งห้าจำนวนมากพากันมาดู แม้แต่คนที่กำลังอาบแดดอยู่ก็พากันเข้ามาดู“มีอะไรกัน มีอะไรเกิดขึ้น?”“ดูเหมือนหยวนกังจะออกหน้าแทนผู้อาวุโสสายธาตุไฟ ประลองวิชาหลอมกัน”“อีกฝ่ายตอบตกลงหรือ?”“ตกลงแล้ว”“ต้องมีเรื่องให้ชมแน่ๆ วิชาหลอมของศิษย์พี่หยวนกังนั้นแม้แต่ผู้อาวุโสยังยกย่อง บอกว่าเขาเป็นปรมาจารย์หลอมในอนาคตเชียวนะ”“ใ