ันต่อมา เมิ่งจิ่งโจวนำทีม ลู่หยางเป็นคนระวังหลัง ชุดคนรุ่นใหม่ของสำนักเวิ่นเต๋าทั้งห้าคนมุ่งหน้าสู่สำนักธาตุทั้งห้าพิจารณาถึงภัยอันตรายอันแฝงเร้นในสำนักธาตุทั้งห้า พลังของม้าแก่ไม่เพียงพอ เมิ่งจิ่งโจวจึงไม่เลือกที่จะนั่งรถม้า แต่พาสัมผัสชีวิตของสามัญชน นั่งเรือเหาะเดียวกับลู่หยางและคนอื่นๆ“นึกไม่ถึงว่าข้าจะนั่งเรือเหาะเร็วขนาดนี้อีกครั้ง”เวลาที่ลู่หยางนั่งเรือเหาะครั้งล่าสุดนั้นยังไม่ถึงครึ่งเดือนด้วยซ ้า“ขออภัยๆ ข้ามาช้าไปหน่อย” เถาเหยาเยี่ยเป็นคนรวมตัวคนสุดท้าย ขึ้นเรือมาทันเวลาที่เรือเหาะจะออกเดินทางพอดีภาพมายาโฆษณาของสือฮว่ากู๋ผลิตเสร็จก่อนกำหนด นางไปที่ร้านเนื้อย่าง ‘มาอีกครั้ง’ สาขาใหญ่พร้อมกับผู้อาวุโสที่หก เพื่อเอาภาพมายาโฆษณาและลิ่นซือที่เหลืออีกสี่สิบล้านกลับมา
ลิ่นซือเก็บเอาไว้เอง ส่วนการผสานภาพมายาโฆษณากับภาพมายาพยับแดดนั้นมอบหมายให้ผู้อาวุโสที่หก ผู้อาวุโสที่หกหาท่านป้าป๋าและผู้อาวุโสที่แปดมาจัดการการเดินทางไปกลับทำให้แทบจะผิดเวลาหลี่หาวเหรินมองเห็นแล้วก็อิจฉาในใจ เพื่อนร่วมวัยกลับมีวิทยายุทธ์สูงส่ง มีพรสวรรค์เฉิดฉายไม่พอ ล้วนแต่ประสบความสำเร็จในอาชีพการงาน ถ้าไม่ใช่ก็มีมรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ อย่างเช่นเมิ่งจิ่งโจวกับหม่านกู่ส่วนตัวเขากลับขัดสนทั้งทรัพย์สินและสถานะ หากกลับไปเป็นชิ่นห่าวเหรินในอดีตชาติ ไปเป็นประมุขลัทธิจิ่วอิ่ว…เกรงว่าคงจะยิ่งยากจนกว่าเดิมเมื่อวิทยายุทธ์เ