รั้ง ใครจะรู้ว่ำใครจะชนะ!“ค ำพูดของรองประมุขลู่นั้น แสดงว่ำไม่เห็นอัจฉริยะยุคปัจจุบันอยู่ในสำยตำแล้วสินะ ท่ำนควรรู้ถึงค ำกล่ำวที่ว่ำ คนเหนือคน ฟ้ำเหนือฟ้ำ ใต้หล้ำนี้ไม่ใช่ของลัทธิสวรรค์ของท่ำนเพียงผู้เดียว” เจ้ำส ำนักลู่มองรองประมุขลู่อย่ำงมีนัย ใครก็ฟังออกถึงน ้ำเสียงข่มขู่รองประมุขลู่หัวเรำะเย็นชำ รำวกับก ำลังหัวเรำะควำมเขลำในค ำพูดของเจ้ำส ำนักลู่ “คนเหนือคน ฟ้ำเหนือฟ้ำ? นั่นเป็นเพียงข้ออ้ำงของคนปัญญำอ่อนที่พ่ำยแพ้ ด้ำนพรสวรรค์ ใครเล่ำจะเทียบข้ำได้?”รำชำแห่งเก้ำวิญญำณมองผู้คนด้ำนล่ำงอย่ำงดูแคลน “หำกไม่ใช่เพรำะเซียนยุคโบรำณกดขี่รองประมุข รองประมุขก็คงเป็นเซียนตั้งแต่ยุคโบรำณแล้ว ไยต้องรอถึงวันนี้?”รองประมุขลู่ช ำเลืองมองรำชำแห่งเก้ำวิญญำณผู้มีสีหน้ำเคร่งขรึม โบกมืออย่ำงร ำคำญ “ผู้พิทักษ์เก้ำวิญญำณ พอเถอะ วันนี้ข้ำอำรมณ์ดี อย่ำพูดเรื่องไม่สบำยใจพวกนี้อีกเลย”“รับทรำบ”
รำชำแห่งเก้ำวิญญำณไม่พูดอะไรอีก ถอยไปก้ำวหนึ่ง นิ่งดั่งรูปปั้นดินเผำผู้คนพำกันสูดลมหำยใจเฮือก ควำมตื่นตะลึงในใจไม่อำจบรรยำยออกมำเป็นค ำพูดได้ รองประมุขลู่ผู้นี้มีพรสวรรค์สูงส่งถึงขั้นที่เซียนต้องอิจฉำแล้วหรือ?นี่ต้องเป็นพรสวรรค์ที่น่ำสะพรึงกลัวเพียงใด?ในบันทึกที่ชัดเจน เซียนมีเพียงเซียนทั้งสี่ยุคโบรำณ และพรสวรรค์ของเซียนทั้งสี่แสดงออกมำอย่ำงไร ไม่เคยมีบันทึกใดๆกล่ำวอีกนัยหนึ่ง พรสวรรค์ของรองประมุขลู่นั้นอยู่ในระดับที่