ฮ่องเต้ทบทวนความทรงจำ นอกจากทุกครั้งที่ทายว่าลู่หยางจะแพ้แล้ว ตนไม่น่าจะทำอะไรให้ลู่หยางโกรธเคืองได้เมื่อพิจารณาว่าผู้อยู่ในกล่องวิเศษไม่รับรู้ความเคลื่อนไหวภายนอก คำตอบก็ชัดเจนแล้ว – ลู่หยางเพียงอยากซัดตนสักยกเท่านั้นฮ่องเต้จะไม่มีวันประลองกับลู่หยางเด็ดขาดล้อเล่นหรือ? แม้แต่พระเจี๋ยซายังพ่ายแพ้ ตนไม่ได้โดดเด่นด้านกำลังภายในเสียหน่อย ลงไปก็คงถูกซัดหนักกว่าหลัวหงเซียแน่ดูท่าลู่หยางลงมือแรง ทำให้หลัวหงเซียเคี้ยวใบไม้ หยางติ่งออกบวช พระเจี๋ยซาสึก สงสัยว่าคงไม่เคารพผู้อาวุโสหรือสงสารตนที่เป็นชราภาพดั่งเปลวเทียนในสายลมแปะ แปะ แปะเขาปรบมือเบาๆ ราวกับไม่ได้ยินคำท้าประลองของเซียนอมตะประดับใบหน้าด้วยรอยยิ้มราวกับอาบลมวสันต์“ดีมาก ดีมาก ไม่เสียทีที่เป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ อายุยังน้อยแต่มีพลังเช่นนี้ อนาคตไกลทีเดียว!”
เซียนอมตะพยักหน้า รับคำชมของฮ่องเต้อย่างสงบ นี่เป็นเรื่องปกติ กระแสพลังไร้เทียมทานของนางต่อสู้มานับไม่ถ้วน เอาชนะคู่ต่อสู้มากมาย จนได้เป็นเซียนโดยสมบูรณ์“ท่านจะลงมาประลองกับข้าไหม?”ฮ่องเต้ทำเป็นหูทิพย์ชั่วคราว กล่าวชมลู่หยางอย่างไม่ตระหนี่:“ท่านเจ้าสำนักลู่มีชื่อเสียงตั้งแต่อายุยังน้อย โดดเด่นเป็นสง่า เปี่ยมด้วยความมั่นใจกล้าหาญ เมื่อยุคทองมาถึง ต้องมีที่ยืนของท่านแน่นอน!”เซียนอมตะพยักหน้าอีกครั้ง นางในฐานะที่เป็นผู้นำห้าเซียนยุคโบราณ ผู้ไร้เทียมทานในใต้หล้า เสียชีวิตอย่างไม่คาดฝ