ือนตอนนี้จะเป็นโอกาสที่ดีนะ”
“งั้นก็มาเลย!”“ใครกลัวใคร!”“ซัด!”หลัวหงเซียคุมกล่องวิเศษ กล่องวิเศษยิงลำแสงสามสาย ดูดทั้งสามคนเข้าไป กดวิทยายุทธ์ลงเหลือขั้นแก่นทองคำเมื่อทั้งสามเข้าไปในกล่อง บรรยากาศอันเยือกเย็นก็จางหายอากาศกลับนิ่งสงบอีกครั้งเซียนอมตะกะพริบตา ไม่เข้าใจว่าทำไมสามคนนั้นจู่ๆ ก็ต่อสู้กันเอง“บอกว่าห้าสำนักใหญ่สามัคคีเป็นน ้าหนึ่งใจเดียวกัน นี่ไม่เห็นเป็นเช่นนั้นเลย” นางพึมพำ พวกห้าเซียนยุคโบราณของนางยังสามัคคีกว่านี้มากลู่หยาง: “……”ท่านเซียน ท่านอยากทายไหมว่าทำไมพวกเขาถึงต่อสู้กัน?รออยู่ครู่หนึ่ง เซียนอมตะเห็นกล่องวิเศษไม่มีทีท่าจะเปิด ดูเหมือนจะไม่อาจตัดสินแพ้ชนะได้ในเวลาสั้นๆ“ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม? กลับกันเถอะ?” เมื่อผู้ร่วมประชุมน้อยลงความสนใจของเซียนอมตะก็ลดลงตาม เรื่องที่ต้องพูดในการประชุมก็พูดเสร็จแล้ว คนก็ซัดกันจนหนำใจแล้ว ควรกลับไดได้แล้ว
นางเป็นผู้รักษาการแทนเจ้าสำนัก ต้องดูแลสำนักเวิ่นเต๋าอันกว้างใหญ่ไพศาล ภารกิจยุ่งเหยิงนับหมื่น“ไม่มีอะไรแล้ว กลับกันเถอะ” ฮ่องเต้มองลู่หยางด้วยสายตาแปลกไปแล้ว อยากส่งพระพุทธรูปที่ทรงฤทธิ์องค์นี้กลับไปเร็วที่สุดแม้แต่ท่านเต๋าปู้อวี่ตอนอยู่ขั้นแก่นทองคำก็ไม่ได้เกเรถึงเพียงนี้“ไปกัน” อวี้จือพอใจการแสดงของเซียนอมตะมาก ไม่ได้สร้างความวุ่นวายมากเกินไปเซียนอมตะโบกแขนไปมา เดินโครมครามออกจากวังหลวงอวี้จือเดินเบี่ยงกายครึ่งซีก ตามหลัง ระมัดร