งแกร่งปานนี้แล้ว ยังตัดทางโลกไม่ขาดอีกหรือ ดูท่าจะเป็นคนยึดติดกับความหลังไม่น้อยเหมียวอินลอบมองเย่หนานพลางคิดในใจ
หลังจากกินดื่มจนอิ่มหนำสำราญ เย่หนานเรอออกมาเสียงดังอย่างสบายอารมณ์
เอาล่ะ อิ่มแล้ว ข้าต้องไปล่ะนะเย่หนานลุกขึ้นยืน เตรียมตัวจะจากไป
คำพูดของเย่หนานทำเอาเหมียวอินชะงัก
นางรีบลุกขึ้นตาม ท่าทางอึกอักขัดเขินท่านผู้อาวุโส… ท่านจะไปแล้วหรือเจ้าคะ เอ่อ… ไม่อยู่ต่ออีกสักหน่อยหรือ
เอ่อ… ช่างเถอะ ข้าก็แค่คนพเนจร ออกมาเดินเล่นเรื่อยเปื่อย บังเอิญผ่านมาทางนี้เท่านั้น หากมีวาสนาต่อกัน วันหน้าคงได้พบกันใหม่เย่หนานนึกถึงสภาพตระกูลเหมียวที่กลายเป็นซากปรักหักพังฝีมือตนเอง ก็ตัดสินใจว่ารีบชิ่งหนีไปจะดีกว่า
กล่าวจบ เย่หนานก็เดินดุ่ม ๆ ออกจากร้านไปโดยไม่หันกลับมามอง
เหมียวอินมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มที่ค่อย ๆ ห่างออกไป มือเรียวงามบิดเข้าหากัน นางรีบวิ่งตามไปจนถึงหน้าประตูเหลาสุรา
มือข้างหนึ่งเกาะขอบประตูไว้แน่น สายตาเหม่อมองจนร่างของเย่หนานเลือนหายไปในฝูงชน
ข้ายังมีเรื่องอยากจะคุยกับท่านอีกตั้งมากมาย…จนกระทั่งเย่หนานลับสายตาไปแล้ว เหมียวอินจึงพึมพำออกมาเบา ๆ
เฮ้อ! เรื่องราวจบลงแล้ว ข้าเองก็ควร