สู้? ทะลวง!”ลู่หยางใช้วิชาทะลวง พลังกระบี่พุ่งทะยานสู่ท้องฟ้า ปะทุออกมาอย่างรุนแรง เกิดเป็นประกายกระบี่พริ้วไหวประดุจม่านแพรไหมที่ทอประสานกันเป็นชั้นๆม่านแสงสีเลือดปรากฏขึ้นตรงหน้าหวังหมิง นี่คือวิชาป้องกันขั้นสูงสุดของเขา แต่เมื่อเผชิญหน้ากับวิชาทะลวงที่ลู่หยางทุ่มสุดก าลังม่านแสงสีเลือดนั้นเพียงต้านทานไว้ได้เพียงครึ่งลมหายใจก็แตกสลายโครม!หวังหมิงพยายามใช้วิชาสลับต าแหน่งซากศพ แต่สุดท้ายก็ยังช้าไปหนึ่งจังหวะ ไหล่ขวาถูกแทงทะลุ
หวังหมิงบาดเจ็บสาหัส ต้องใช้เวลาพักฟื้นอย่างน้อยครึ่งเดือนจึงจะกลับมาเป็นปกติในช่วงกลางการต่อสู้ หวังหมิงได้กินยาคืนลมปราณไปหนึ่งเม็ดแต่เมื่อถึงตอนท้ายก็ยังต้องเผชิญกับภาวะลมปราณไม่เพียงพอตรงกันข้ามกับลู่หยางที่ตั้งแต่ต้นจนจบไม่ได้กินยาฟื้นฟูพลังเลยแม้แต่เม็ดเดียว นี่ก็ด้วยอานิสงส์จากแก่นทองอมตะที่ทรงพลังประกอบกับเรื่องที่เขาได้รับประทานเต้าหู้ทุกวันตั้งแต่เริ่มฝึกวิชาการกินเต้าหู้อย่างสม ่าเสมอช่วยปรับสมดุลธาตุทั้งห้าของผู้บ าเพ็ญ ท าให้สามารถยืนหยัดในสมรภูมิได้อย่างยาวนาน“ข้ายอมแพ้!” หวังหมิงกัดฟันกรอด จ าต้องยอมรับความพ่ายแพ้และกินยาเพื่อรักษาบาดแผลลู่หยางเก็บกระบี่ ราวกับไม่ใช่คนที่เพิ่งท าให้หวังหมิงบาดเจ็บเมื่อครู่นี้ เขาแย้มยิ้มทักทาย“ท าไมถึงคิดจะสลายพลังบ าเพ็ญใหม่ล่ะ?”หวังหมิงถอนหายใจ “ตอนหนุ่มๆ ข้าร้อนรนเกินไป ไม่ได้วางรากฐานให้ดี จึงติดอยู่แค่ขั้น