ญิงสาว เจ้าเลยเข้าไม่ได้?”
ลู่หยางยิ้มหยอกล้อ
“ไปให้พ้น”
เมิ่งจิ่งโจวไล่ลู่หยางเหมือนไล่แมลงวัน
เมิ่งจิ่งโจวไม่ยอมแพ้ เปลี่ยนไปเคาะประตูบ้านอื่น ผลก็คือคนเหล่านั้นไล่สองคนไป หรือไม่ก็ไม่เปิดประตูเลย
“ไม่มีน้ำใจเอาเสียเลย”
เมิ่งจิ่งโจวบ่น
“ยังไงดี ต้องหาหมู่บ้านใหม่ไหม?”
เมิ่งจิ่งโจวไม่อยากย้ายที่อีก
“ยุ่งยากเกินไป ข้าเห็นที่ปากทางเข้าหมู่บ้านมีศาลเจ้าหรือศาลบรรพบุรุษที่ค่อนข้างสะอาด น่าจะยังมีคนใช้อยู่ ไปนอนเอาที่นั่นคืนหนึ่งก็แล้วกัน”
“ก็ดี”
ลู่หยางก็ไม่อยากวุ่นวายไปมาอีก
เมื่อกี้ไปโรงแรมชิงหมิงถูกปฏิเสธ คราวนี้มาที่หมู่บ้านเจี้ยนสือก็ถูกปฏิเสธอีก ใครจะรู้ว่าหมู่บ้านถัดไปจะถูกปฏิเสธอีกหรือไม่?
ถ้าจะวุ่นวายไปมาเช่นนี้ ไปหาที่พักชั่วคราวสักที่เอาคืนหนึ่ง รอเช้าแล้วค่อยสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นดีกว่า
สองคนมาถึงศาลบรรพบุรุษ ใช้ไฟสามรสจุดตะเกียงน้ำมัน ศาลบรรพบุรุษก็สว่างขึ้นทันที
“ค่อนข้างสะอาดนี่”
สองคนโค้งคำนับให้แผ่นป้าย
“ขออภัยบรรดาผู้อาวุโสทั้งหลาย พวกเราจะขอพักที่นี่คืนหนึ่ง”
ท้ายหมู่บ้าน สุสาน
ก้อนหินสั่นไหว พื้นสุสานขยับ ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างล่าง
กรงเล็บแห้งกรังอันหนึ่งโผล่ขึ้นมาจากดิน
ตามด้วยกรงเล็บมากมายงอกขึ้นมาจากดินเหมือนหน่อไม้หลังฝนตก นับไม่ถ้วน…