จะหัวเราะออกมาแล้ว!”
ผู้อาวุโสที่เจ็ดทำเป็นไม่ได้ยิน ปล่อยวิชาลงมาถล่มต่อ
ชิวจิ้นอันเห็นท่าไม่ดี จึงระเบิดแสงศักดิ์สิทธิ์ห้าสีกลางอากาศ ฉวยโอกาสในความวุ่นวายหนีไป
วิญญาณแม่น้ำเห็นชิวจิ้นอันหนีรอดจากสนามรบได้สำเร็จ วิ่งมาทางตน จึงถอนหายใจด้วยความเสียดาย
แล้วหดตัวกลับเข้าแม่น้ำ
“เจ้าหนูสำนักธาตุทั้งห้าคนนี้ดีทุกอย่าง แค่ขาดความเด็ดเดี่ยวในการเอาชีวิตเป็นเดิมพัน”
เห็นชิวจิ้นอันหนีลับตาไป ผู้อาวุโสที่สามเอามือเท้าสะเอว พูดข่มขู่ “เจ้าแก่ชิว คราวหน้าเจ้าก็ไม่มีโอกาส……”
พูดข่มขู่ได้ครึ่งๆ กลางๆ ก็หยุดชะงัก ปากอ้าแต่ไม่มีเสียงออกมา เขาหันไปมอง เป็นดังคาด ผู้อาวุโสที่หกนั่นเอง
“น้องหญิง คราวหน้าเจ้าจะไม่มาตอนข้าพูดได้หรือไม่?”
ผู้อาวุโสที่หกงดงามจนทำให้ผู้คนหายใจไม่ออก นางปรากฏตัวไม่มีใครกล้าพูดอะไร
ผู้อาวุโสที่สามเห็นผู้อาวุโสที่หกสีหน้าเย็นชา ตกใจรีบปิดปากเงียบ
นางถูกเสียงตะโกนของผู้อาวุโสที่สามปลุกให้ตื่น กำลังอยู่ในอารมณ์หงุดหงิดพอดี
ผู้อาวุโสที่หกส่งเสียงถึงพี่น้องร่วมสำนัก น้ำเสียงไม่สู้ดีนัก
“วุ่นวายพอหรือยัง? ถ้าพอข้าจะกลับไปนอนต่อ”
นางรู้สึกว่าพี่น้องร่วมสำนักของตนไม่เคยมีวันที่สงบเลย ทำไมไม่เรียนรู้จากสำนักวังเซียนเยว่กุยบ้าง เงียบสงบดี
……
ชิวจิ้นอันรีบมุ่งหน้าไปยังสำนักธาตุทั้งห้า หนีออกจากสำนักเวิ่นเต๋าได้แล้ว
แต่การย้อนกลับของหมัดสาปโสดยังไม่ได้แก้ไข ต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อ