อวี้จือลืมเรื่องค่าลิขสิทธิ์ไปจริงๆ สำนักเวิ่นเต๋ามีแหล่งรายได้หลักสองทาง
หนึ่งคือค่าลิขสิทธิ์จากยอดเขาร้อยเซียน สองคือรายได้จากยาวิเศษที่เขาตานติ่ง
รายได้ทั้งสองส่วนนี้รวมกันคิดเป็นครึ่งค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานทั้งหมดของสำนักเวิ่นเต๋า
ผู้อาวุโสที่ห้าและผู้อาวุโสที่เจ็ดต้องส่งหินวิเศษมาให้นางในฐานะเจ้าสำนักรักษาการทุกเดือน
โดยเฉพาะผู้อาวุโสที่ห้าที่ส่งค่าลิขสิทธิ์มากมายหลายรายการ ซึ่งในนั้นรวมถึงค่าลิขสิทธิ์ของลู่หยางด้วย
อวี้จือเผลอมองข้ามเรื่องนี้ไป
นางพลิกดูสมุดบัญชี ค้นหาค่าลิขสิทธิ์ที่เป็นของลู่หยาง
“มีค่าลิขสิทธิ์รถเหาะสองเดือน รวมหนึ่งหมื่นหนึ่งพันหินวิเศษ”
รถเหาะเพิ่งถูกสร้างขึ้น ยังไม่เป็นที่นิยมแพร่หลาย ค่าลิขสิทธิ์ช่วงแรกจึงมีน้อย
“ตามข้าไปเบิกที่คลังทรัพย์สินสักหน่อย”
ค่าลิขสิทธิ์ของลู่หยางถูกริบไปเป็นของส่วนกลางแล้ว ดังนั้นจึงต้องเบิกออกมาจากบัญชีสาธารณะ
“คลังทรัพย์สินหรือ?”
ลู่หยางและเซียนอมตะต่างประหลาดใจ ไม่คิดว่าสำนักเวิ่นเต๋าจะมีสถานที่เช่นนี้ด้วย
แต่คิดดูก็ถูก แม้แต่ลัทธิจิ่วอิ่วที่ยากจนยังมีคลังทรัพย์สิน
สำนักเวิ่นเต๋าไม่มีเหตุผลที่จะไม่มี หากไม่มี สำนักเวิ่นเต๋าจะเก็บเงินไว้ที่ไหน?
เพียงแต่ก่อนหน้านี้ลู่หยางไม่เคยมีโอกาสได้สัมผัสเท่านั้น
“ไกลไหม?”
“อยู่ที่ยอดเขาเทียนนี่เอง”
อวี้จือเดินผ่านทางแคบคดเคี้ยว แล้วเดินผ่านป่าสนแห่งหนึ่ง
ที่นี่คือสถานที่ที่เคยขังท่านเต