สำนักเวิ่นเต๋าสามารถเทียบเคียงได้กับกลุ่มผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติที่ใหญ่ที่สุด!
ลู่หยางพูดอย่างภาคภูมิใจ น้ำเสียงสูงขึ้น “สำนักเวิ่นเต๋าของข้าตั้งมั่นมาหนึ่งแสนสองหมื่นปี ผ่านยุคแห่งผู้ก่อตั้งเซียนบรรพกาล”
“ผู้ริเริ่มแนวคิดสำนักเซียนคือเทพกุยหยวนเทียนจวิน และผู้ฟื้นฟูสำนักนาม เซียนห่านไห่ ไม่แปลกที่จะมีสมบัติล้ำค่าเหล่านี้!”
เซียนอมตะคิดดู ก็จริงอย่างว่า
อวี้จือได้ยินน้ำเสียงภาคภูมิใจของลู่หยาง จึงเตือนว่า “สำนักเวิ่นเต๋าของพวกเราไม่ได้ร่ำรวยขนาดนี้มาตลอด”
“เซียนห่านไห่เป็นเรื่องเมื่อห้าหมื่นปีที่แล้ว ทรัพย์สมบัติที่ท่านสะสมไวไม่อาจคงอยู่จนถึงปัจจุบัน”
“อีกทั้งเมื่อสองสามพันปีก่อน สำนักเคยตกต่ำอยู่ช่วงหนึ่ง เพื่อรักษาสำนักให้ดำเนินต่อไปได้ตามปกติ ต้องใช้สมบัติล้ำค่าไปมากมาย”
“ตอนนี้สิ่งที่เจ้าเห็น ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่พวกเราหลอกเอามาจากลัทธิจิ่วอิ่วเมื่อเก้าร้อยปีก่อน”
ลู่หยาง “…”
นี่เป็นเพียงส่วนนอกสุดของคลังทรัพย์สิน อวี้จือพาทั้งสองเดินต่อไป ยิ่งเข้าไปลึก สิ่งของข้างในยิ่งมีค่ามากขึ้น
เดินมาถึงประมาณครึ่งทางของคลังทรัพย์สิน อวี้จือหยุด ทั้งซ้ายและขวามีภูเขาหินวิเศษชั้นดีเลิศสองลูก
อวี้จือแซะหินวิเศษระดับสูงสิบก้อนออกมาจากภูเขาหินวิเศษชั้นดีเลิศ
หินวิเศษระดับสูงที่มีค่ามากนี้กลับดูไร้ค่าเมื่ออยู่ท่ามกลางภูเขาหินวิเศษชั้นดีเลิศสองลูก เหมือนเป็นสิ่งเจือปน
หินวิเศษระดับสูงสิบก้อนมีราคา