“สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับจิตรกรมีสองอย่าง หนึ่งคือกระดาษเซียน สองคือพู่กันเซียน
ตอนนั้นเขาได้เป็นเซียนแล้ว แต่พู่กันที่เซียนใช้ได้นั้นหายากในโลกมนุษย์
แม้แต่วัตถุดิบสำหรับหลอมพู่กันเซียนก็ไม่มี เมื่อไม่มีวัตถุดิบ ต่อให้เซียนอิงเทียนก็หลอมไม่ได้
กระดาษเซียนเขาไม่ต้องกังวล เพียงแค่เก็บเศษไม้จากร่างกายก็สร้างกระดาษเซียนได้ แต่พู่กันเซียนนั้นยากมาก
วัตถุดิบพู่กันเซียนที่ใกล้ตัวที่สุดคือเส้นผมของพวกเราสองสามคน
แต่คงเป็นเพราะพวกเราล้วนเป็นมนุษย์ ใช้ผมของพวกเราหลอมเป็นพู่กันเซียนไม่ได้
ดังนั้นเขาจึงหันไปเล็งเซียนฉี่หลิน
หางของเซียนฉี่หลินมีขนกระจุกหนึ่ง พอดีเหมาะกับการใช้หลอมพู่กันเซียน
เขาใช้พู่กันกึ่งเซียนวาดภาพร้อยสัตว์ภาพหนึ่ง
ในภาพเป็นฝูงสัตว์ตัวเมียที่งดงามเหลือเกินในสายตาสัตว์อสูร
จากนั้นเชิญเซียนฉี่หลินมาเป็นแขกที่บ้าน ให้เขาชมภาพร้อยสัตว์
เห็นเซียนฉี่หลินสนใจ จึงบอกว่าเซียนฉี่หลินสามารถเข้าไปในภาพลองดูได้
เซียนฉี่หลินดีใจมาก ไม่คิดสงสัยอะไร เรียกเซียนแห่งกาลเวลาว่าเป็นสหายที่ดีของเขา
ไม่นานก็จมอยู่ในภาพร้อยสัตว์
เซียนแห่งกาลเวลาใช้ตอนที่เซียนฉี่หลินไม่ทันระวัง มุดเข้าไปในภาพ โกนขนหางเซียนฉี่หลินจนหมด
ขณะที่เซียนแห่งกาลเวลากำลังจะใช้พลังแห่งกาลเวลา เร่งให้ขนหางเซียนฉี่หลินงอกเร็วขึ้น เพื่อปกปิดร่องรอยการขโมย ก็ถูกเซียนฉี่หลินจับได้
เซียนฉี่หลินโกรธมาก ต่อสู้กับเซียนแห่งกาลเวลา วิชาเซ