บกวนคนอื่นฝึกบำเพ็ญ
ยิ่งทำให้ผู้บำเพ็ญโบราณขั้นรวมร่างในนั้นเกิดการฝึกผิดพลาดยิ่งดี!
เขาดึงค้อนแปดเหลี่ยมใบโตออกจากแหวนเก็บของ โยนขึ้นไปในอากาศ
ค้อนใหญ่พองตัวราวกับโดนเป่าลม กลายเป็นขนาดใหญ่เท่าภูเขาเล็กๆ แต่ละเหลี่ยมมุมเป็นประกายระยิบระยับ
ค้อนแปดเหลี่ยมตกลงมา ดุจดังอุกกาบาตตกสู่พื้น อำนาจน่าเกรงขาม
กรอบ——
ค้อนแปดเหลี่ยมมหึมาราวกับพุ่งชนอะไรบางอย่าง ส่งเสียงกรอบออกมา
รองประมุขสี่ถูมือ กดมือลงอีกครั้งด้วยแรงยิ่งกว่าเดิม
ค้อนแปดเหลี่ยมได้พลังใหม่ พุ่งชนทะลุกำแพงมองไม่เห็น
กรอบ——กรอบ——แกร๊ง——
กำแพงแตกสลาย กลิ่นคาวเลือดโชยมาปะทะใบหน้า
เถาเหยาเยี่ยเบิกตากว้าง มองภาพตรงหน้าด้วยความไม่อยากเชื่อ
จะมีนกร้องเพลง ดอกไม้บานสะพรั่งที่ไหนกัน
ต้นไม้เหี่ยวแห้ง เลือดไหลเป็นแม่น้ำ พื้นดินแดงฉาน เงาผีพวยพุ่ง ลมหนาวหวีดหวิว
ชายชราผอมแห้งนั่งขัดสมาธิอยู่กลางลาน ข้างกายมีธงขาดกระโจมสีเลือดปักอยู่
“เจ้าคือผู้ใด!”
ชายชราเบิกตาขึ้นทันใด มองข้ามลู่หยางและเถาเหยาเยี่ย จ้องรองประมุขสี่เขม็ง ขบกรามแน่น
ค่ายกลที่เขาวางไว้ไม่ควรถูกค้นพบได้ง่ายๆ
ช่องโหว่เพียงอย่างเดียวคือกลิ่นคาวเลือดที่รั่วออกไป ซึ่งมีเพียงมารเฒ่าประสบการณ์สูงเท่านั้นที่จะพบได้
มารเฒ่าที่ไม่มีความแค้นอะไรกับเขา มาทำลายค่ายกลของเขา ทำไมกัน!?
“ข้าคือปู่ของเจ้า!”
รองประมุขสี่หัวเราะลั่น โบกมือเรียกค้อนแปดเหลี่ยมกลับมา ยกค้อนใหญ่ฟาดลงไป
ชายชราผอมแห