ลู่หยางรู้สึกว่าไม่เสียทีที่เป็นพระอรหันต์ผู้บรรลุธรรมจากดินแดนพุทธะทอง คำพูดที่ออกมาล้วนมีปรัชญาธรรม
ลู่หยางยิ่งสงสัย “ท่านผู้อาวุโสรู้จักกับพระอรหันต์ท่านนี้ได้อย่างไรขอรับ?”
“พระอรหันต์ท่านนี้มีวรยุทธ์สูงส่ง เป็นพระรุ่นหมิง ท่านมีความทะเยอทะยานสูง นามธรรมว่าหมิงเทียน
ผู้ที่รู้จักท่านล้วนเรียกว่าพระอาจารย์หมิงเทียน”
“ตอนนั้นข้ากับพระอาจารย์หมิงเทียนต่างชอบหญิงงามคนหนึ่ง หญิงงามคนหนึ่งไม่อาจมีสองเจ้านาย
ข้ากับพระอาจารย์หมิงเทียนก็เลยแข่งขันกัน ส่วนใหญ่แข่งกันเรื่องลิ่นซือ
ตอนหนุ่มข้าจดลิขสิทธิ์หลายอย่าง แข่งลิ่นซือข้าไม่เคยกลัวใคร”
“พระอาจารย์หมิงเทียนเห็นว่าสู้เรื่องลิ่นซือไม่ได้ ก็เลยขอร้องให้ข้าหลีกทาง บอกว่าเห็นข้ามีวาสนา
อยากมอบเพลิงแท้ปราศจากราคะให้ ข้าบอกไม่ต้องๆ พระอาจารย์บอกต้องสิต้อง แล้วก็ยัดเยียดเพลิงแท้ปราศจากราคะให้ข้า”
“ตอนนั้นข้าก็รู้สึกว่าหญิงงามก็แค่โครงกระดูกที่หุ้มด้วยเนื้อหนัง ทำไมข้าต้องเสียเวลาในหอนางโลมด้วย
ก็เลยจากหอนางโลมมา”
“ภายหลังข้าอยากหาพระอาจารย์หมิงเทียนมาถกเถียงเรื่องนี้ ถ้ามีโอกาสจะจัดการท่านสักหน่อยก็ดี”
“น่าเสียดายพระอาจารย์หมิงเทียนเชี่ยวชาญพุทธธรรม พูดจนข้าหน้าแทบจมดิน
ที่สำคัญที่สุดคือพระอาจารย์หมิงเทียนวรยุทธ์สูงส่ง อยู่ในขั้นข้ามพิบัติแล้ว ข้ากับผู้อาวุโสที่สามสู้ไม่ได้”
ลู่หยาง “……”
หกท่าสั่นสะเทือนฟ้าของผู้อาวุโสที่สามไม่ได้สั่นสะเทือนเท