ีคนอื่นรับ จะเรียกว่าโชคได้อย่างไร?”
“หากให้อาจารย์หลวงรู้ว่าท่านอยู่ที่นี่ เขาต้องฆ่าท่านแน่!”
“งั้นข้าจะรอดูนะ”
“เด็กอวี้ จับคนมาอีกแล้วเหรอ?”
เสียงเด็กๆ ดังมาจากยอดเขาคุมขัง เด็กผมขาวมองท่านภัยพิบัติขึ้นๆ ลงๆ
ท่านภัยพิบัติตกใจ เขาไม่ได้รู้สึกเลยว่าอีกฝ่ายมาได้อย่างไร
“วิญญาณไม่สมบูรณ์ เผาผลาญอายุขัย โหดกับตัวเองนะ เขาเคยอยู่ขั้นข้ามพิบัติงั้นเหรอ?”
“ใช่ ขั้นข้ามพิบัติในยุคต้นของราชวงศ์ต้าอวี๋ ท่านภัยพิบัติ” อวี้จือตอบ
เด็กผมขาวพยักหน้าเข้าใจ “โอ้ เป็นเขานี่เอง ชื่อเสียงไม่ธรรมดาเลย”
“ไม่ถึงครึ่งปีก็จับผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติได้สองคน ดูเหมือนบางคนจะอดใจไม่ไหวแล้วนะ”
อวี้จือลังเลอย่างที่ไม่ค่อยเป็น ไม่กล้าพูด
ที่ผ่านมาไม่เคยจับผู้บำเพ็ญขั้นข้ามพิบัติได้ แต่ครึ่งปีนี้จับได้ถึงสองคน
ไม่ใช่ว่าใครบางคนอดใจไม่ไหว แต่เป็นเรื่องของโชคต่างหาก
ครั้งแรกได้เบาะแสมาจากเมืองผ้าป่าน ครั้งที่สองยิ่งกว่านั้น ลู่หยางเจอเข้าโดยตรง
สองครั้งนี้มีจุดร่วมอย่างเดียวคือ ลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวอยู่ในที่เกิดเหตุทั้งคู่
เมื่อพิจารณาว่าลู่หยางยังฟื้นคืนชีพเซียนอมตะได้ด้วย
ยากจะบอกว่าเป็นเพราะมีคนแอบเคลื่อนไหวอยู่เบื้องหลัง หรือว่าลู่หยางมีวาสนากับผู้บำเพ็ญระดับสูง
“ท่านปู่ ข้าจะใช้วิธีการกับเขาก่อนนะ”
“ไปเถอะๆ หวังว่าครั้งนี้จะได้อะไรบ้าง”
เด็กผมขาวยิ้มพลางพูด เขาพอใจในตัวหลานสาวอัจฉริยะคนนี้มาก
ท่านโลหิตมีชี