ม่มีการแบ่งชั้นวรรณะ จะใช้ชาติกำเนิดตัดสินแพ้ชนะได้อย่างไร ถ้าออมมือให้เจ้าก็เท่ากับดูถูกการแข่งขัน ทำแบบนี้จะทำให้ตระกูลเหยียนเสียหน้า”
ทายาทตระกูลเหยียนถามอย่างระมัดระวัง “งั้นพี่เมิ่งใช้พลังยุทธ์ขั้นแก่นทองคำเข้าร่วมการแข่งขันแบบนี้ จะไม่ทำให้ตระกูลเมิ่งเสียหน้าหรือ?”
“แน่นอนว่าไม่ ข้าหนีออกจากบ้านแล้ว”
จากนั้นทายาทตระกูลเหยียนก็ถูกเตะตกเวที
เมื่อกู้ชีเซิงกระโดดลงจากเวทีประลองเอง บนเวทีเหลือเพียงลู่หยางและเมิ่งจิ่งโจวสองคน
“ดูเหมือนว่าอันดับหนึ่งและสองจะตัดสินกันระหว่างเจ้ากับข้าแล้ว” ลู่หยางยิ้ม เมื่อครู่ยังสู้ไม่สะใจ ตอนนี้สามารถปล่อยมือปล่อยเท้าสู้กันได้แล้ว
เมิ่งจิ่งโจวก็ยิ้มเช่นกัน ปล่อยไอขั้นแก่นทองคำ ก้อนหินบนพื้นสั่นสะเทือน “พูดถึงแล้ว ดูเหมือนพวกเรายังไม่เคยประลองกันเลย นี่ก็เป็นโอกาสดี”
“งั้นพวกเราคิดเหมือนกันแล้ว” ลู่หยางปล่อยไอพลัง สูสีกับเมิ่งจิ่งโจว
บนเวทีประลอง ไอพลังสองสายที่ไม่ใช่ขั้นแก่นทองคำช่วงต้นปะทะกัน ทั้งเวทีประลองราวกับหม้อน้ำเดือด ส่งเสียงฟู่ๆ น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ทันใดนั้นลู่หยางก็นึกอะไรขึ้นได้ เงยหน้ามองไปที่ที่นั่งกรรมการ
“อ้อใช่ หลานถิง มีเรื่องหนึ่งลืมถาม”
“ถามมา”
“อันดับหนึ่งมีรางวัลไหม?”
หลานถิงเผยรอยยิ้มที่ดูแปลกประหลาดในสายตาของลู่หยาง “มีสิ”
“อะไรหรือ?”
“รางวัลอันดับสามคือวัตถุวิเศษสร้างแก่นทองหนึ่งชุด สามารถเพิ่มโอกาสในการสร้างแก่นทองได้ห้าส