หยางพูดอย่างมั่นใจ “หากข้าเดาไม่ผิด ในเซียนสองคนนี้ ต้องมีเซียนแห่งกาลเวลาคนหนึ่งแน่ มีเพียงเขาเท่านั้นที่ทำให้คนตัดฟืนดูหมากชั่วครู่แต่ผ่านไปร้อยปี!”
เซียนอมตะหัวเราะคิกคัก “เดาผิด เป็นเซียนอิงเทียนกับเซียนฉี่หลิน สองคนที่เล่นหมากห่วยๆ นั่นแหละ”
“ตอนนั้นข้าเชิญพวกเขาสี่คนมากินข้าวที่บ้าน พวกเขาสี่คนรับปากเต็มปาก แต่เซียนอิงเทียนกับเซียนฉี่หลินบอกว่าพวกเขากำลังเล่นหมาก เมื่อได้แพ้ชนะก็จะมา ข้าบอกได้”
“ข้ารอซ้ายรอขวา รอนานก็ไม่เห็นพวกเขามา ข้าให้เซียนจิ้วชงไปตัดฟืน เซียนจิ้วชงก็อาสาไปดูสถานการณ์ ไปแล้วก็ไม่กลับมา”
“ระหว่างนี้เซียนแห่งกาลเวลาก็เคยไป เซียนแห่งกาลเวลากลับมาบอกข้าว่าพวกเขากำลังเข้าใจหลักการในการเล่นหมาก ห้ามรบกวน ข้าบอกงั้นพวกเราสองคนกินกัน เซียนแห่งกาลเวลาบอกว่าพวกเราเป็นเซียนเหมือนกัน มีสุขร่วมทุกข์ร่วม จะกินก็ต้องกินด้วยกัน ไม่กินก็ไม่กินด้วยกัน จะให้สองคนกินอาหาร สามคนอดได้อย่างไร!”
“ข้าคิดว่าเขาพูดมีเหตุผล ก็เลยรออีกหน่อย รอไปรอมาก็ร้อยปี”
“ร้อยปีผ่านไป อาหารก็เย็นหมด จะกินอย่างไร ก็เลยไม่ได้กิน”
เซียนอมตะรู้สึกเสียดาย คิดว่าเซียนอิงเทียนกับเซียนฉี่หลินสองคนฝีมือแย่จริงๆ เล่นหมากร้อยปียังไม่มีผล
ลู่หยาง “…”
สมแล้วที่เป็นเซียนที่อายุไม่จำกัด ร้อยปีบอกผ่านก็ผ่านไป
พี่ใหญ่สามคนของเซียนอิงเทียนยิ่งโหด เพื่อไม่ต้องกินข้าว ยอมเล่นหมากร้อยปี
แม้《ความลับยุคโบราณ》 เล่มนี้จะ