ถาจริงๆ หรอก เขาแอบเดาว่าอีกฝ่ายต้องเป็นระดับผู้อาวุโส หรือไม่ก็ระดับอาจารย์ทวด เมื่อพิจารณาถึงความพิเศษของหอคัมภีร์ ความเป็นไปได้ที่จะเป็นระดับอาจารย์ทวดมีมากกว่า
“ไม่ทราบว่าท่านเถามีคำแนะนำอันใด?”
“พูดไม่ได้ว่าเป็นคำแนะนำหรอก มีหยุนจือสอนเจ้าอยู่แล้ว คนแก่อย่างข้าจะแนะนำอะไรเจ้าได้? แค่เห็นเจ้ามาที่นี่ ก็นึกถึงหยุนจือตอนเด็กๆ ขึ้นมา”
“หยุนจือตอนเด็กๆ หรือ?” ลู่หยางสนใจขึ้นมา ความสนใจในการศึกษาวิชายุทธ์ถูกกลบไปหมด
เซียนอมตะยิ่งกว่านั้น กระโดดผึงขึ้นจากเตียง รอฟังเรื่องราวจากท่านเถาอย่างตื่นเต้น
“ตอนที่หยุนจือถูกอาจารย์ของเจ้าพามาที่สำนัก ยังไม่สูงเท่าไหร่ น่าจะประมาณนี้” ท่านเถาทาท่าวัดที่หน้าอก ร่างของเขาค่อมอยู่แล้ว ตัวก็เตี้ย และหยุนจือในตอนนั้นสูงแค่หน้าอกเขาเท่านั้น
“นางเป็นคนเงียบขรึม เย็นชา ไม่รู้ว่าเป็นนิสัยแต่กำเนิด หรือเป็นเพราะชีวิตในพื้นที่ลับ”
“แต่หลังจากมาที่หอคัมภีร์สีหน้าของนางก็มีชีวิตชีวาขึ้นอย่างชัดเจน”
“เด็กคนนั้นตอนนั้นยังเล็กเกินไป ยังไม่ถึงวัยฝึกฝน อาจารย์ของเจ้าจึงให้นางดูหนังสือในหอคัมภีร์ตามใจชอบ วางพื้นฐานไว้ก่อน”
“เด็กคนนั้นตั้งใจอ่านวิชายุทธ์ในหอคัมภีร์อย่างเดียว อ่านไปก็ขมวดคิ้วไป”
“ตอนนั้นข้าเห็นเด็กคนนั้นน่ารักน่าชัง จึงเดินเข้าไปถามว่า มีอะไรที่ไม่เข้าใจหรือ ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจก็ถามข้าได้ ข้าจะตอบให้”
“บนหน้านางเขียนความไม่พอใจเต็มไปหมด ห่อปากบอกว่า